มือใหม่เข้าตลาดหุ้น ต้องรู้อะไร ? เปิดสูตรเลือก “หุ้นเติบโต” ก่อนเงินหาย

/
/
/
/
มือใหม่เข้าตลาดหุ้น ต้องรู้อะไร ? เปิดสูตรเลือก “หุ้นเติบโต” ก่อนเงินหาย

มือใหม่เข้าตลาดหุ้น: การก้าวเข้าสู่ตลาดหุ้นเป็นครั้งแรกถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับนักลงทุนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา ผู้ที่เพิ่งเริ่มทำงาน แม่บ้าน หรือนักธุรกิจ ตลาดหุ้นนั้นเปรียบเสมือนเหรียญสองด้านที่มีโอกาสทำให้คุณกลายเป็นเศรษฐีใหม่ แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถทำให้คุณกลายเป็นยาจกได้หากขาดความรู้ความเข้าใจที่แท้จริง

อย่างไรก็ตาม หากนักลงทุนมีการศึกษาหาความรู้อย่างถูกต้อง หุ้นได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นสินทรัพย์ทางการเงินดั้งเดิมที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยดีที่สุด โดยมีโอกาสได้รับผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 8% หรือในบางกรณีอาจสูงถึง 100% ไปจนถึง 300% ซึ่งดีกว่าการฝากเงินไว้กับธนาคารอย่างแน่นอน

ในทางกลับกัน นักลงทุนที่ล้มเหลวหรือกลายเป็น “เม่า” ในตลาดหุ้น มักเกิดจากการลงทุนโดยไม่มีความรู้ และหลงเชื่อ “หุ้นกระซิบ” หรือข่าววงในที่บอกต่อๆ กันมาว่าหุ้นตัวนั้นตัวนี้กำลังจะดี จากสถิติพบว่าผู้ที่หลงเชื่อข่าวลือเหล่านี้ร้อยละ 99 มักจะประสบปัญหาขาดทุนหรือเจ๊ง เนื่องจากกลไกของตลาดหุ้นมีความซับซ้อนมากกว่านั้น และท้ายที่สุดแล้วการตัดสินใจลงทุนและการยอมรับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดล้วนเป็นหน้าที่ของตัวนักลงทุนเองทั้งสิ้น

ดังนั้น ก่อนที่จะเริ่มต้นซื้อหุ้นตัวแรก สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการถามตัวเองเพื่อค้นหาเป้าหมายการลงทุนที่แท้จริงว่า เราต้องการ “เงินปันผล” (Dividend) หรือ “ส่วนต่างของราคา” (Capital Gain) มากกว่ากัน แม้ว่าเราจะสามารถคาดหวังทั้งสองอย่างจากหุ้นตัวเดียวกันได้ แต่เราต้องรู้ว่าน้ำหนักและเป้าหมายหลักของเราอยู่ที่ฝั่งไหน เนื่องจากวิธีการเลือกหุ้นของทั้งสองแนวทางนี้มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยเงินปันผลจะมีลักษณะคล้ายกับดอกเบี้ยเงินฝากที่ได้รับอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ส่วนต่างของราคาคือการเน้นซื้อหุ้นในราคาต่ำเพื่อไปขายในราคาสูงเพื่อทำกำไร

สำหรับผู้ที่เลือกเดินบนเส้นทางของ “ส่วนต่างของราคา” (Capital Gain) เป้าหมายหลักจะมุ่งเน้นไปที่ “หุ้นเติบโต” (Growth Stocks) ซึ่งหัวใจสำคัญของหุ้นประเภทนี้คือความสัมพันธ์ระหว่างผลกำไรและราคาหุ้น หากบริษัทมีกำไรที่เติบโต ราคาหุ้นก็มีโอกาสที่จะเติบโตสูงขึ้นตามไปด้วย โดยทั่วไปแล้ว หุ้นที่จะจัดว่าเป็นหุ้นเติบโตควรมีอัตราการเติบโตของกำไรอย่างน้อยประมาณ 20% ขึ้นไป และที่สำคัญคือกำไรที่เติบโตนั้นจะต้องสอดคล้องและมาจากการเติบโตของรายได้ที่แท้จริงด้วย

แนวทางการค้นหาหุ้นเติบโตสามารถเริ่มต้นได้จาก 2 ขั้นตอนสำคัญดังนี้:

1. มองหาจากเมกะเทรนด์โลก (Megatrends): นักลงทุนต้องสังเกตว่าทิศทางของโลกกำลังขับเคลื่อนไปทางไหน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนในปัจจุบันคือธีม AI ซึ่งส่งผลให้ตลาดหุ้นบางประเทศ เช่น เกาหลีใต้ ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 100% นับจากต้นปี ผ่านหุ้นเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง SK Hynix หรือ Samsung Electronics

2. จับธีมการลงทุนในประเทศ: เมื่อเข้าใจเมกะเทรนด์โลกแล้ว จึงนำมาเชื่อมโยงกับโอกาสในประเทศ เช่น ในประเทศไทย แม้ธีม AI จะเติบโตในระดับสากล แต่ธุรกิจในไทยที่ได้รับอานิสงส์ทางอ้อมคือกลุ่ม “นิคมอุตสาหกรรม” เนื่องจากบริษัทเทคโนโลยีต่างชาติ (Big Tech) จำเป็นต้องเข้ามาลงทุนสร้าง Data Center สอดคล้องกับข่าวที่รัฐบาลไทยสามารถดึงดูดบิ๊กเทคยักษ์ใหญ่จากจีนและสหรัฐอเมริกาเข้ามาลงทุนในไทยมูลค่ากว่า 70,000 ล้านบาท ซึ่งกลุ่มทุนเหล่านี้จะต้องเข้ามาใช้พื้นที่และสร้างระบบในนิคมอุตสาหกรรมของไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ข้อคิดสำคัญสำหรับนักลงทุนที่ต้องการหาหุ้นเติบโตประเภท “หุ้นหลายเด้ง” หรือหุ้นที่ให้ผลตอบแทนเกิน 100% ขึ้นไป คือหุ้นเหล่านี้มักจะเป็นบริษัทที่กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเติบโตและคนส่วนใหญ่ในตลาดยังมองไม่เห็น ในช่วงแรก บริษัทอาจจะมีกำไรเพียงเล็กน้อย หรืออาจไม่มีข้อมูลกำไรเติบโตย้อนหลังครบ 3 ปีเหมือนหุ้นทั่วไป (บางแห่งอาจเคยขาดทุนแล้วเพิ่งกลับมามีกำไรเล็กน้อยด้วยซ้ำ) 

ดังนั้น การมองแนวโน้มและโอกาสเติบโตในอนาคตให้ออก จึงมีความสำคัญมากกว่าการพิจารณาเพียงแค่ข้อมูลในอดีต การมีทัศนะที่มองเห็นภาพอนาคตที่ชัดเจนจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะเปลี่ยนนักลงทุนธรรมดาให้กลายเป็นผู้ที่มั่งคั่งจากการลงทุนในหุ้นเติบโตได้อย่างแท้จริง

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์  เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25  เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital