กลยุทธ์ 5E: ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ยังคงเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยมาโดยตลอด แต่การจะประคับประคองธุรกิจให้อยู่รอดและเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาวนั้น ผู้ประกอบการจำเป็นต้องมีเข็มทิศนำทางที่ชัดเจน คุณแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานยุทธศาสตร์สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ได้นำเสนอแนวคิด “5E” ซึ่งเป็นกรอบยุทธศาสตร์ 5 ด้านที่จะช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจ SME ไทย
E แรก: Empathy – ความเข้าอกเข้าใจ
จุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดคือการที่ผู้ประกอบการต้องเข้าใจธุรกิจของตนเองอย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นการทำความเข้าใจคู่ค้า ลูกค้า และแนวโน้มของอุตสาหกรรมทั้งในระดับประเทศและระดับโลก ในยุคที่ข้อมูลกลายเป็นอาวุธสำคัญทางธุรกิจ หรือที่เรียกว่า Data War การเข้าถึงและวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมของผู้บริโภคจะช่วยให้ SME สามารถพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ตลาดได้อย่างตรงจุด รวมถึงสามารถประเมินความเสี่ยงของธุรกิจได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ธุรกิจมีความ “สมาร์ท” และ “แข็งแกร่ง” ยิ่งขึ้นในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลง
E ที่สอง: Enhancement – การปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ธุรกิจที่จะอยู่รอดได้ต้องไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ องค์กรต้องปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านกระบวนการทำงานและโครงสร้างองค์กร เพื่อให้สามารถก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของตลาดและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้ดีกว่าเดิมอยู่เสมอ การพัฒนาที่ว่านี้ไม่ใช่เพียงครั้งเดียวแล้วจบ แต่เป็นกระบวนการที่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอและเป็นระบบ
E ที่สาม: Empowerment – การสร้างคน
แม้จะเป็นเรื่องที่ยากที่สุดในบรรดา 5E แต่ก็มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความยั่งยืนของธุรกิจ นั่นคือการสร้างบุคลากรให้มีภาวะผู้นำและมีความเข้มแข็ง เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้สืบทอดธุรกิจ (Successor) ในอนาคต การออกแบบงานที่มีความท้าทายจะช่วยลดอัตราการลาออกของพนักงาน และสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับองค์กร นอกจากนี้ การนำเทคโนโลยีอย่างปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเสริมทั้งทักษะด้านอารมณ์และสังคม (Soft Skill) และทักษะเชิงเทคนิค (Hard Skill) ก็จะช่วยเพิ่มสมรรถนะของกำลังคนให้สูงขึ้นได้อีกทางหนึ่ง
E ที่สี่: ESG – สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล
นี่คือเทรนด์ระดับโลกที่ SME ไทยไม่สามารถมองข้ามได้อีกต่อไป การทำธุรกิจสีเขียว (Green Business) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจะกลายเป็น “แต้มต่อ” สำคัญในการแข่งขันบนเวทีโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดยุโรปและอเมริกาที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการต้องคำนึงถึง ผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholders) ทุกฝ่าย และดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริตตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับองค์กรในระยะยาว
E สุดท้าย: Ecosystem – ระบบนิเวศทางธุรกิจ
SME ต้องรู้จักใช้ประโยชน์จากโครงสร้างเกื้อกูลต่างๆ ที่มีอยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ เช่น โครงการต่าง ๆ ของ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) การเข้าถึงโอกาสในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ หรือการปรับเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาด รวมไปถึงการสร้างเครือข่ายพันธมิตรผ่านสมาคมหรือองค์กรต่าง ๆ เพื่อสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน
กลยุทธ์ 5E ทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ Empathy, Enhancement, Empowerment, ESG และ Ecosystem ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดที่แยกส่วนกัน แต่เป็นองค์ประกอบที่เชื่อมโยงและเสริมสร้างซึ่งกันและกัน หาก SME ไทยสามารถนำกลยุทธ์นี้ไปประยุกต์ใช้ได้อย่างครบถ้วนและสอดคล้องกัน จะไม่เพียงแต่ช่วยให้ธุรกิจสามารถอยู่รอดได้ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน แต่ยังเป็นการวางรากฐานที่มั่นคงให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนต่อไปอีกหลายทศวรรษข้างหน้า ในโลกธุรกิจที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นทุกวันนี้ ผู้ประกอบการที่ปรับตัวได้เร็วและมีกรอบคิดที่ชัดเจนอย่าง 5E จะเป็นผู้ที่ยืนหยัดอยู่ได้ในระยะยาว
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






