ฝ่าวิกฤตต้นทุน: ทางรอดผู้ประกอบการ SME ที่ไม่ใช่แค่การขึ้นราคาสินค้า

/
/
/
ฝ่าวิกฤตต้นทุน: ทางรอดผู้ประกอบการ SME ที่ไม่ใช่แค่การขึ้นราคาสินค้า

ฝ่าวิกฤตต้นทุน: ในยุคที่ปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ ส่งผลกระทบให้ต้นทุนการดำเนินธุรกิจพุ่งสูงขึ้น ผู้ประกอบการ SME ต่างเผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก การแก้ปัญหาด้วยการผลักภาระไปให้ผู้บริโภคผ่านการปรับขึ้นราคาสินค้าในทันที อาจนำไปสู่ความเสี่ยงที่จะสูญเสียฐานลูกค้า สิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาเป็นอันดับแรกคือการกลับมาทบทวนและบริหารจัดการ “โครงสร้างต้นทุน” ทั้ง 4 ด้านหลัก เพื่อรักษาสมดุลของกำไรและช่วยให้ธุรกิจอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน

1. ต้นทุนวัตถุดิบและปัจจัยการผลิต

การพยายามลดต้นทุนในส่วนนี้ ต้องระมัดระวังไม่ให้ส่งผลกระทบต่อ “คุณภาพ” ของสินค้าหรือบริการ วิธีการที่เหมาะสมคือการปรับปรุงกลยุทธ์การจัดหา (Sourcing) ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การสร้างและรักษาความสัมพันธ์กับพันธมิตรทางการค้าทั้งรายเก่าและรายใหม่เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อเพิ่มอำนาจในการเจรจาต่อรอง ทั้งในเรื่องของราคาที่เหมาะสม คุณภาพที่ได้มาตรฐาน และการยืดระยะเวลาเครดิต (Credit Term) ซึ่งจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับธุรกิจ

2. ต้นทุนการดำเนินงาน (Operation Cost)

การดำเนินงานประกอบไปด้วยหลายมิติที่สามารถปรับลดรายจ่ายได้ โดยเฉพาะเรื่องของบุคลากร การปล่อยให้พนักงานทำงานในรูปแบบเดิมโดยไม่มีการพัฒนาอาจกลายเป็นต้นทุนที่สูญเปล่า ทางออกคือการส่งเสริมและยกระดับทักษะ (Up-skill และ Re-skill) เพื่อให้พนักงานทำงานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น (ทำน้อยแต่ได้ผลผลิตมาก) นอกจากนี้ การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยทุ่นแรง ตลอดจนการวางแผนด้านโลจิสติกส์และการส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกหรือพลังงานสะอาด ก็เป็นอีกแนวทางที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้อย่างเป็นรูปธรรม

3. ต้นทุนการตลาด (Marketing Cost)

งบประมาณด้านการตลาด การทำโปรโมชั่น และการสร้างแบรนด์ ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวที่ใช้ได้กับทุกบริษัท ผู้ประกอบการต้องพิจารณาอย่างรอบคอบตามบริบทของสินค้า ลักษณะของธุรกิจ และสภาพการแข่งขัน หากประเมินแล้วว่าธุรกิจมีความจำเป็นต้องทุ่มเทต้นทุนการตลาดสูงเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด ก็จำเป็นต้องหันไปบริหารจัดการและรีดไขมันต้นทุนในส่วนของการดำเนินงานหรือวัตถุดิบให้กระชับและบางลง เพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายที่เสียไป

4. ต้นทุนทางการเงิน

ภาระดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมต่างๆ จากสินเชื่อถือเป็นต้นทุนที่กดทับผลกำไร ผู้ประกอบการควรเป็นฝ่ายรุกเข้าไปเจรจาต่อรองกับสถาบันการเงินเพื่อขอลดอัตราดอกเบี้ย หรือหาแนวทางปรับโครงสร้างทางการเงิน รวมถึงการขอรับการสนับสนุนเพิ่มเติมเพื่อนำมาใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการขยายกิจการ (Scale up)

นอกจากการบริหารจัดการโครงสร้างธุรกิจทั้ง 4 ด้านแล้ว ปัจจุบันยังมีเครื่องมือทางเทคโนโลยีเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวก เช่น ระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ (AI Assistant) บนช่องทางโซเชียลมีเดีย ที่เปิดให้ผู้ประกอบการหรือบุคคลทั่วไปสามารถเข้าไปปรึกษาปัญหาหนี้สินและรับคำแนะนำเบื้องต้นได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยระบบจะรักษาความลับของข้อมูลผู้ใช้งาน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการช่วยวางแผนและบรรเทาความเครียดด้านการเงินในยุคที่เศรษฐกิจมีความผันผวนสูง

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์  เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25  เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital