ตลาดรถจีน วิกฤตหนัก ยอดขายครึ่งปีแรกร่วง 20% หนักสุดรอบ 5 ปี

/
/
/
ตลาดรถจีน วิกฤตหนัก ยอดขายครึ่งปีแรกร่วง 20% หนักสุดรอบ 5 ปี

ตลาดรถจีน วิกฤตหนัก: สถานการณ์ของตลาดรถยนต์ในประเทศจีนประจำปี 2569 กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ โดยถูกประเมินว่าจะเป็น ปีที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา หลังจากยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลในช่วงครึ่งปีแรกทรุดตัวลงอย่างหนักถึง 20.2% สมาคมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลของจีน (CPCA) ได้ปรับลดคาดการณ์ยอดขายตลอดทั้งปีว่าจะหดตัวลง 14% เหลือเพียง 20.4 ล้านคัน

ซึ่งลดลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 23.7 ล้านคันในปีที่แล้ว ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญจาก Citic CLSA ประเมินสถานการณ์ในเชิงลบยิ่งกว่า โดยคาดว่ายอดขายรวมอาจดิ่งลงถึง 20% แต่สำหรับกลุ่มรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) คาดว่าจะลดลงเพียง 5-6% เท่านั้น ปัจจัยหลักของวิกฤตนี้มาจากอุปสงค์ที่ชะลอตัวลงและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาด

กลุ่มที่ได้รับผลกระทบสาหัสที่สุดคือรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) สาเหตุหลักมาจากต้นทุนพลังงานสำหรับการขนส่งที่พุ่งสูงขึ้นถึง 15.3% ในเดือนมิถุนายน ส่งผลให้ความต้องการและยอดขายรถยนต์สันดาปลดลงถึง 39% ขณะที่รถยนต์น้ำมันเบนซินล้วนมียอดขายลดลงถึง 42% 

ยิ่งไปกว่านั้น การที่รัฐบาลจีนปรับลดการอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้าก็มีส่วนทำให้อุปสงค์โดยรวมชะลอตัวลง ในขณะเดียวกัน ผู้ผลิตยังต้องเผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและชิ้นส่วนที่แพงขึ้น เช่น แบตเตอรี่และชิปหน่วยความจำ ส่งผลให้อัตรากำไรของอุตสาหกรรมบางเฉียบเหลือเพียง 3.4% ในช่วงต้นปี ประกอบกับราคารถยนต์ที่ปรับลดลง ยิ่งทำให้อัตรากำไรหดตัวลงไปอีก

สภาวะตลาดที่บีบคั้นนี้นำไปสู่การคัดกรองผู้เล่นในตลาดอย่างเข้มข้น โดยมีการคาดการณ์ว่า จะมีผู้ผลิตรายใหญ่เพียง 7-8 รายเท่านั้นที่จะสามารถยืนหยัดอยู่รอดได้ภายในปี 2573 การจะอยู่รอดในสมรภูมินี้ ผู้ผลิตจำเป็นต้องทำยอดขายให้ได้อย่างน้อย 500,000 คันต่อปีเพื่อคุ้มทุน และต้องถึง 2 ล้านคันต่อปีเพื่อเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาด (Economies of scale) อย่างเต็มที่ 

ผู้ผลิตรายเล็กที่ไปไม่ถึงเป้าหมายนี้จะค่อยๆ ล้มหายตายจากไปจากตลาด แบรนด์ที่คาดว่าจะอยู่รอด ได้แก่ บีวายดี (BYD) ซึ่งนำเป็นอันดับหนึ่งด้วยยอดขาย 1.8 ล้านคันในช่วงครึ่งปีแรก ตามมาด้วย จีลี่ (Geely) และ ลีปมอเตอร์ (Leapmotor) รวมถึงค่ายต่างชาติอย่าง โฟล์คสวาเกน (Volkswagen) และ โตโยต้า (Toyota) ในขณะที่ผู้ผลิตสัญชาติอเมริกันถูกประเมินว่าจะไม่สามารถแข่งขันจนอยู่รอดได้

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางแนวโน้มที่ซบเซา นักวิเคราะห์เชื่อว่าตลาดจะกลับมาฟื้นตัวได้ในปี 2570 ซึ่งเป็นผลจากวัฏจักรการเปลี่ยนรถยนต์ใหม่ตามธรรมชาติของประชากร นอกจากนี้ “การส่งออก” จะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยหนุนการเติบโต โดยในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ยอดส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลพุ่งขึ้นถึง 82.3% 

ปัจจัยเกื้อหนุนมาจากผู้บริโภคต่างชาติที่หันมานิยมรถยนต์ไฟฟ้าจีนเพราะมีราคาต้นทุนที่ต่ำกว่า ประกอบกับวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกทะยานสูงขึ้น จึงกลายเป็นแรงจูงใจสำคัญที่เร่งให้ผู้บริโภคทั่วโลกเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ากันมากขึ้น

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์  เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25  เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital