ระบบบัญชี: รากฐานความมั่งคั่งและการปรับตัวของนักบัญชีในยุค AI

/
/
/
/
ระบบบัญชี: รากฐานความมั่งคั่งและการปรับตัวของนักบัญชีในยุค AI

ระบบบัญชี: หลายคนอาจมองว่าเรื่องบัญชีเป็นเรื่องไกลตัว แต่แท้จริงแล้วการทำบัญชีคือรากฐานสำคัญของการวางแผนชีวิตและการดำเนินธุรกิจในทุกระดับ ประเด็นนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยอย่างน่าสนใจในรายการ “เงินทองของจริง” ดำเนินรายการโดย คุณทิน โชคกมลกิจ ซึ่งได้รับเกียรติจาก คุณวารุณี ปรีดานนท์ กรรมการและประธานด้านระบบบัญชี และที่ปรึกษาด้านการกำกับดูแลกิจการ บริหารความเสี่ยง และการตรวจสอบภายใน มาร่วมแบ่งปันมุมมองเชิงลึกเกี่ยวกับความสำคัญของการวางระบบบัญชีและการรักษาจรรยาบรรณในวิชาชีพ

สำหรับระดับบุคคล การจดบันทึกรายรับรายจ่ายอย่างสม่ำเสมอช่วยให้เราเข้าใจสถานะทางการเงินของตนเองอย่างแท้จริง และสามารถบริหารจัดการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นก้าวแรกที่นำไปสู่การวางแผนเกษียณอย่างมั่นคง แต่เมื่อขยับขึ้นมาสู่ระดับธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นกิจการขนาดเล็กอย่าง SME ธุรกิจขนาดกลาง หรือองค์กรขนาดใหญ่ การทำบัญชีจะไม่ใช่แค่การจดตัวเลขอีกต่อไป แต่กลายเป็นเครื่องมือบริหารจัดการที่ต้องดำเนินการอย่างถูกต้องแม่นยำ เพื่อป้องกันปัญหาเงินรั่วไหล การทุจริตภายในองค์กร หรือความผิดพลาดที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของกิจการในระยะยาว

คุณวารุณีได้เน้นย้ำถึงหัวใจสำคัญของเรื่องนี้ว่า การทำบัญชีให้มีประสิทธิภาพจริง ๆ ต้องอาศัย “ระบบ” ที่ดีรองรับ ระบบบัญชีในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเพียงการบันทึกตัวเลขเท่านั้น แต่หมายถึงกระบวนการทำงานที่เชื่อมโยงกันทั้งองคาพยพ ตั้งแต่ระบบการจัดซื้อ ระบบการขาย ระบบรายรับ ไปจนถึงระบบรายจ่ายภายในองค์กร การจะวางระบบบัญชีที่เหมาะสมได้นั้น ผู้บริหารต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การออกแบบขั้นตอนการทำงานให้รัดกุม การคัดเลือกบุคลากรที่มีความเหมาะสมกับแต่ละหน้าที่ ไปจนถึงการเลือกใช้เครื่องมือหรือเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การดำเนินงานจริง 

โดยเป้าหมายสูงสุดของการมีระบบบัญชีที่แข็งแกร่งคือการรวบรวมข้อมูลทางการเงินให้กลายเป็น “รายงานทางการเงิน” หรือ “งบการเงิน” ที่มีความน่าเชื่อถือ ซึ่งรายงานเหล่านี้เปรียบเสมือนเข็มทิศนำทางที่ผู้บริหารใช้ประกอบการตัดสินใจและวางแผนกลยุทธ์ อีกทั้งยังช่วยให้ผู้มีส่วนได้เสีย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าหรือนักลงทุน สามารถประเมินความแข็งแกร่งและสถานะทางการเงินขององค์กรได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

ในทางกลับกัน หากธุรกิจใดดำเนินงานโดยขาดระบบบัญชีที่ชัดเจน ย่อมมีความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายในหลายมิติตามมา ความเสี่ยงประการแรกคือการเปิดช่องให้ผู้ที่ไม่หวังดีเข้าถึงข้อมูลและแก้ไขตัวเลขได้โดยง่าย ซึ่งอาจนำไปสู่การทุจริตภายในองค์กรอย่างเป็นระบบ ความเสี่ยงประการต่อมาคือความผิดพลาดที่เกิดจากความไม่ตั้งใจของผู้ปฏิบัติงานเอง อันเนื่องมาจากการไม่มีขั้นตอนควบคุมหรือการปิดจุดเสี่ยงที่เหมาะสมรองรับ ด้วยเหตุนี้ ระบบบัญชีจึงทำหน้าที่เสมือนเกราะป้องกันที่ช่วยลดโอกาสเกิดความผิดพลาด และปิดช่องทางที่อาจนำไปสู่การโกงบัญชีได้อย่างมีนัยสำคัญ

อีกประเด็นที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือบทบาทของนักบัญชีในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญในแทบทุกวงการ หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า AI จะเข้ามาแทนที่มนุษย์ในวิชาชีพนี้หรือไม่ คุณวารุณีให้มุมมองที่น่าคิดว่า แม้ AI จะมีความสามารถโดดเด่นและสามารถช่วยวางระบบงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ AI ก็ยังคง “ไม่มีชีวิตจิตใจ” เหมือนมนุษย์ บทบาทของ AI ในปัจจุบันจึงควรเป็นเพียง “ผู้ช่วย” ของนักบัญชี ไม่ใช่ผู้มาแทนที่ นักบัญชีที่มีทักษะและความเชี่ยวชาญอย่างแท้จริงต่างหากที่จะเป็นผู้สั่งการและแยกแยะได้ว่า AI ควรหรือไม่ควรทำสิ่งใด

ด้วยเหตุนี้ ความท้าทายที่แท้จริงของนักบัญชีในยุคนี้จึงไม่ใช่การกลัวว่าจะถูกแทนที่ แต่คือการพัฒนาตนเองให้มีความรู้เท่าทันเทคโนโลยีอยู่เสมอ นักบัญชีจำเป็นต้องก้าวไปสู่การเป็นผู้นำที่สามารถใช้ประโยชน์จาก AI มาสร้างสรรค์และต่อยอดวิชาชีพให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น เพราะเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป องค์ความรู้ด้านบัญชีก็ต้องปรับเปลี่ยนตามให้ทัน และนักบัญชีจำเป็นต้องเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษามาตรฐานวิชาชีพให้คงอยู่คู่กับความน่าเชื่อถือ

ในส่วนของภาพรวมระดับวิชาชีพ สภาวิชาชีพบัญชีเองก็ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการพัฒนาศักยภาพของนักบัญชีในทุกระดับ ไม่ว่าจะทำงานอยู่ในองค์กรขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ และไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใดของประเทศ สภาฯ ทำหน้าที่เป็นที่พึ่งสำคัญด้วยการให้ความรู้ แนะนำเครื่องมือที่เหมาะสม และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการวางระบบบัญชีที่มีประสิทธิภาพให้แก่ผู้ประกอบการและนักบัญชีทั่วประเทศ

คุณวารุณีได้ทิ้งท้ายข้อคิดที่น่านำไปปรับใช้ว่า การวางระบบบัญชีที่ดีไม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนมหาศาลเสมอไป หัวใจสำคัญที่แท้จริงคือ “ความเหมาะสม” กล่าวคือ ผู้ประกอบการควรวิเคราะห์ให้ได้ก่อนว่าจุดใดคือความเสี่ยงที่แท้จริงของธุรกิจตนเอง แล้วจึงใส่มาตรการควบคุมภายในเข้าไปให้ตรงจุดตรงประเด็น วิธีการเช่นนี้จะช่วยให้องค์กรสามารถบรรลุเป้าหมายด้านการควบคุมและความโปร่งใสได้ โดยไม่ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณเกินความจำเป็น

ระบบบัญชีที่มีจรรยาบรรณควบคู่ไปกับการควบคุมภายในที่รัดกุม คือต้นทุนที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่กลับมีมูลค่ามหาศาลสำหรับทุกธุรกิจ เพราะสิ่งเหล่านี้คือรากฐานสำคัญที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ ป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น และเป็นเสาหลักที่ส่งเสริมให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์  เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25  เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital