การเลือกและทำความสะอาดขวดนม เป็นขั้นตอนที่สำคัญมากสำหรับสุขอนามัยของเด็กเล็ก เนื่องจาก เด็กทารกยังมีระบบภูมิคุ้มกันที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้สิ่งของที่ต้องเข้าปากทุกวันอย่างขวดนมต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ดังนั้น นี่คือแนวทางแบบครบถ้วนที่จะช่วยให้คุณแม่เลือกซื้อและดูแลขวดนมได้อย่างมั่นใจ

เจาะลึกวิธี การเลือกและทำความสะอาดขวดนม ในส่วนของการเลือกซื้อ
ในการเริ่มต้น คุณแม่ควรพิจารณาจากปัจจัยหลัก 3 ประการ คือ วัสดุตัวขวด ลักษณะจุกนม และขนาดที่เหมาะสมกับช่วงวัยของลูก
1. ประเภทของวัสดุขวดนม
- พลาสติก PP (Polypropylene) : ทนความร้อนได้ประมาณ 110°C มีอายุการใช้งาน 3-6 เดือน ราคาประหยัดและน้ำหนักเบา
- พลาสติก PPSU (Polyphenylsulfone) : พลาสติกเกรดพรีเมียม ทนความร้อนสูงถึง 180°C มีสีน้ำผึ้งตามธรรมชาติ อายุการใช้งานนานกว่า (6-12 เดือน)
- ขวดแก้ว : ทนความร้อนสูงมาก ทำความสะอาดง่ายและไม่สะสมคราบไขมันนม แต่มีน้ำหนักมากและแตกง่าย
2. การเลือกจุกนมที่เหมาะสม
- ขนาด (Size) : เลือกให้เหมาะกับช่วงวัยเพื่อให้ปริมาณน้ำนมไหลพอดี ไม่สำลัก (เช่น S สำหรับเด็กแรกเกิด, M สำหรับ 3 เดือนขึ้นไป)
- รูปทรง : แนะนำทรงฐานกว้าง (Wide Neck) เพราะจะเลียนแบบสัมผัสจากเต้านมแม่ได้ดีกว่า และช่วยให้ง่ายต่อการเลือกและทำความสะอาดขวดนม ในขั้นตอนการล้าง
3. ขนาดของขวดนม
- แรกเกิด – 3 เดือน : ใช้ขนาด 4-5 ออนซ์ เพื่อลดโอกาสเกิดลมในท้อง
- 4 เดือนขึ้นไป : ใช้ขนาด 8-9 ออนซ์ ตามปริมาณที่เด็กเริ่มกินเยอะขึ้น

ขั้นตอน การเลือกและทำความสะอาดขวดนม ในการล้างอย่างถูกวิธี
การล้างขวดนมไม่ใช่แค่การชะล้างคราบขาวออกเท่านั้น แต่ทว่า คือการกำจัดเชื้อโรคและคราบไขมันนมที่บูดเสียได้ง่าย เพราะฉะนั้น คุณแม่ควรล้างตาม 4 ขั้นตอนนี้
- แยกชิ้นส่วนทุกครั้ง : ถอดขวด จุกนม ฝาครอบ และวงแหวนออกจากกันแยกชิ้น
- ล้างน้ำเปล่าทันที : ล้างคราบน้ำนมที่ค้างอยู่ออกด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำสะอาดทันทีหลังใช้งาน เพื่อไม่ให้คราบแห้งกรัง
- ใช้น้ำยาล้างขวดนมเฉพาะเด็ก : ใช้แปรงขนนุ่มถูภายในขวดให้ทั่ว สำหรับจุกนมควรใช้แปรงขนาดเล็กพิเศษ และใช้นิ้วบีบปลายจุกนมเพื่อให้น้ำยาชะล้างรูนมด้านใน
- ล้างออกให้สะอาดหมดจด : ล้างน้ำเปล่าซ้ำจนแน่ใจว่าไม่มีฟองหรือกลิ่นน้ำยาหลงเหลืออยู่

วิธีฆ่าเชื้อโรค ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเลือกและทำความสะอาดขวดนม
หลังจากล้างสะอาดแล้ว อีกหนึ่งขั้นตอนของการเลือกและทำความสะอาดขวดนม ที่ขาดไม่ได้คือการฆ่าเชื้อ (Sterilization) ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งดังต่อไปนี้
- การต้มในน้ำเดือด : ต้มประมาณ 5-10 นาที โดยส่วนของจุกนมควรต้มเพียง 3-5 นาทีเพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพ
- เครื่องนึ่งหรืออบแห้ง : เป็นวิธีที่สะดวกที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น ระบบอบแห้งจะช่วยให้ขวดนมแห้งสนิท ลดการเติบโตของเชื้อราจากความชื้นได้ดีมาก
- การใช้รังสี UV : เทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยฆ่าเชื้อได้ดีโดยไม่ต้องใช้ความร้อนสูงเกินไป

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่คุณแม่ห้ามละเลยคือ หากเห็นขวดนมมีรอยขีดข่วนหรือเริ่มขุ่นมัว ให้เปลี่ยนใหม่ทันที เพราะรอยเหล่านี้คือแหล่งสะสมของแบคทีเรียชั้นดี การใส่ใจรายละเอียดใน การเลือกและทำความสะอาดขวดนม จะช่วยปกป้องลูกน้อยให้เติบโตอย่างแข็งแรงและห่างไกลจากโรคทางเดินอาหารนั่นเอง
ติดตามสาระน่ารู้เพิ่มเติมได้ที่ Kidsfun
ค้นพบความสนุกและสาระความบันเทิงสำหรับลูกได้ที่ @kidsfunth






