Cyberbullying (การกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์) เป็นภัยเงียบที่น่ากลัวมากสำหรับเด็กยุคนี้ เนื่องจาก มันไม่ได้จบลงเมื่อเดินลงจากรถโรงเรียนเหมือนในอดีต แต่ทว่า มันสามารถตามติดตัวเด็กไปได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านหน้าจอสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ต ดังนั้น การตระหนักรู้ว่านี่คือ ภัยใกล้ตัวเด็ก ที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม การสร้างพื้นที่ปลอดภัยร่วมกันในครอบครัวรวมถึงการสังเกตสัญญาณเตือนแต่เนิ่นๆ จึงเป็นหัวใจสำคัญในการปกป้องลูกรัก

4 สัญญาณเตือนเมื่อลูกกำลังเผชิญ ภัยใกล้ตัวเด็ก ในโลกออนไลน์
เด็กส่วนใหญ่มักเลือกที่จะเงียบเมื่อโดนแกล้งออนไลน์ เพราะกลัวว่าจะโดนผู้ใหญ่ยึดโทรศัพท์หรือห้ามเล่นเน็ต เพราะฉะนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงต้องคอยสังเกตสัญญาณเตือนจากภัยใกล้ตัวเด็กเหล่านี้อย่างใกล้ชิด
1. พฤติกรรมต่อหน้าจอเปลี่ยนไป : ดูวิตกกังวล เครียด หรือหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดระหว่างหรือหลังจากใช้โทรศัพท์/แท็บเล็ต หรือบางครั้งอาจจะวางหน้าจอลงทันทีแบบมีพิรุธเมื่อเราเดินเข้าไปใกล้
2. ปลีกตัวจากสังคม : เริ่มไม่อยากไปโรงเรียน ผลการเรียนตกลงอย่างกะทันหัน หรือเลิกสนใจกิจกรรมและกลุ่มเพื่อนที่เคยชอบ
3. อารมณ์แปรปรวนผิดปกติ : มีอาการซึมเศร้า เก็บตัว นิ่งเงียบ หรือในทางกลับกันอาจจะก้าวร้าวขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ
4. อาการทางกายไม่มีที่มา : บ่นปวดหัว ปวดท้อง นอนไม่หลับ หรือฝันร้ายบ่อยๆ ซึ่งมักเกิดจากความเครียดสะสมจากภัยใกล้ตัวเด็กที่ถาโถมเข้ามา

แนวทางปฏิบัติ 4 ขั้นตอนเมื่อรู้ว่าลูกโดนรังแกจากภัยใกล้ตัวเด็ก
หากพบว่าลูกกำลังเผชิญปัญหานี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือ ความใจเย็น และใช้หลักการรับมือกับภัยใกล้ตัวเด็กบนโลกอินเทอร์เน็ตอย่างเป็นขั้นตอนดังนี้
1.รับฟังด้วยความเข้าใจ (Stop & Listen) : เน้นความรู้สึกของลูก สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ลูกกล้าเล่า กอดและบอกลูกว่า “มันไม่ใช่ความผิดของลูกเลย และพ่อแม่จะอยู่ข้างๆ ช่วยแก้ปัญหานี้เอง” ห้ามดุหรือซ้ำเติมเด็ดขาด
2.เก็บหลักฐานให้พร้อม (Capture Evidence) : ห้ามลบเด็ดขาด! แคปหน้าจอ (Screenshot) ข้อความ รูปภาพ วันเวลา และบัญชีผู้ใช้ที่เข้ามากลั่นแกล้งเก็บไว้ทั้งหมด เพราะสิ่งเหล่านี้คือหลักฐานสำคัญในการดำเนินการต่อไป
3.ใช้ฟังก์ชันจัดการระบบ (Block & Report) : ตัดช่องทางการติดต่อ โดยช่วยลูกกดบล็อก (Block) บัญชีที่มารังแก และกดรายงาน (Report) ไปยังแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียนั้นๆ เพื่อให้ระบบลบโพสต์หรือระงับบัญชีคู่กรณี
4.ประสานงานและเยียวยา (Contact & Heal) : หากคู่กรณีเป็นเพื่อนที่โรงเรียน ให้แจ้งครูประจำชั้นหรือผู้บริหารโรงเรียนเพื่อร่วมกันแก้ปัญหา และหากเหตุการณ์รุนแรงจนกระทบจิตใจลูก ควรพาไปพบจิตแพทย์เด็กเพื่อเยียวยาความรู้สึกอย่างถูกวิธี

อย่างไรก็ตาม วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการสร้างความสัมพันธ์ที่เปิดกว้างภายในบ้าน ชวนลูกพูดคุยเรื่องราวในโลกออนไลน์เป็นประจำเหมือนถามว่า “วันนี้ที่โรงเรียนเป็นยังไงบ้าง” ยิ่งไปกว่านั้น ควรจับมือสอนให้ลูกรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ไม่ควรทำกับคนอื่นบนโลกออนไลน์ (Digital Citizenship) และเน้นย้ำว่าหากมีเรื่องอะไรที่ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ พ่อแม่เปิดต้อนรับเสมอสำหรับการพูดคุยโดยไม่มีการตัดสิน เพื่อไม่ให้ปัญหาบานปลายกลายเป็น ภัยใกล้ตัวเด็ก ที่ทำร้ายจิตใจในระยะยาว
ติดตามสาระน่ารู้เพิ่มเติมได้ที่ Kidsfun
ค้นพบความสนุกและสาระความบันเทิงสำหรับลูกได้ที่ @kidsfunth






