คุณพ่อคุณแม่อาจจะคิดว่าบ้านเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด แต่ในความเป็นจริงแล้ว ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่สามารถเกิดอันตรายต่อเด็กได้เลย โดยเฉพาะเด็กในวัยเจริญเติบโตที่กำลังเรียนรู้สิ่งรอบตัว มักชอบหยิบจับหรือทำท่าทางที่เสี่ยงอันตราย เนื่องจากเขายังไม่สามารถระมัดระวังตนเองได้เต็มที่ และนี่คือ อุบัติเหตุในบ้าน สำหรับเด็ก ที่พบได้บ่อยที่สุด พร้อมแนวทางแก้ไข

รวม 5 อุบัติเหตุในบ้าน สำหรับเด็ก ที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุด
เพื่อการเฝ้าระวังอย่างถูกจุด เรามาดูกันว่าอุบัติเหตุแบบไหนที่มักเกิดขึ้นกับเด็กวัยซนภายในบ้านบ้าง
1. การหกล้ม พลัดตกจากที่สูง
เป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้บ่อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการสะดุดบันได การตกจากเตียง การลื่นล้ม หรือแม้กระทั่งการวิ่งสะดุดขาตนเอง ซึ่งอาจทำให้เกิดแผลฟกช้ำ บวม โน หรือรุนแรงถึงขั้นกระดูกหักได้
2. การถูกของมีคมบาด
เนื่องจากเด็กเป็นวัยที่อยากรู้อยากลอง บางครั้งอาจแอบหยิบจับกรรไกร มีด หรือของมีคมอื่น ๆ มาเล่นจนทำให้เกิดบาดแผลลึก หากเป็นแผลฉกรรจ์อาจถึงขั้นต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อทำการเย็บแผล
3. การถูกไฟฟ้าดูด
เด็กเล็กมักชอบใช้นิ้วมือหรือสิ่งของแหย่เข้าไปในรูปลั๊กไฟ รวมถึงการหยิบจับสายไฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ชำรุด ทำให้เกิดไฟดูดได้ง่ายมาก ซึ่งอุบัติเหตุประเภทนี้อันตรายร้ายแรงถึงชีวิต
4. การสำลักอาหาร หรือสิ่งแปลกปลอมติดคอ
เด็กมักชอบนำของเล่นชิ้นเล็ก ๆ เหรียญ ลูกอม หรือผลไม้ลูกเล็กเข้าปาก หากเด็กเผลอกลืนลงไป สิ่งแปลกปลอมเหล่านี้อาจเข้าไปอุดกั้นทางเดินหายใจ ทำให้หายใจไม่ออกและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้อย่างรวดเร็ว
5. การถูกของหนักหล่นทับ
เฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน เช่น ตู้เสื้อผ้า โทรทัศน์ หรือชั้นวางของที่ไม่ได้ยึดติดกับผนังให้แน่นหนา หากเด็กวิ่งเล่นชน หรือพยายามปีนป่าย อาจทำให้เฟอร์นิเจอร์เหล่านี้ล้มคว่ำลงมาทับร่างกายเด็ก

แนวทาง ป้องกันอุบัติเหตุในบ้าน สำหรับเด็กที่ผู้ปกครองควรรู้
การปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมในบ้านเป็นสิ่งสำคัญที่สุด โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถทำตามแนวทาง ป้องกันอุบัติเหตุในบ้าน ดังต่อไปนี้
- จัดบ้านให้เป็นระเบียบเรียบร้อย: เคลียร์สิ่งกีดขวางทางเดินที่อาจทำให้เด็กสะดุดล้ม ไม่ปล่อยให้เด็กวิ่งหรือปีนป่ายบนที่สูง และคอยเช็ดทำความสะอาดพื้นให้แห้งอยู่เสมอเพื่อกันลื่น
- จัดเก็บของมีคมไว้ในที่สูง: เก็บมีด กรรไกร หรือของมีคมทุกชนิดไว้ในตู้ที่ปิดมิดชิด หรือในตำแหน่งที่สูงจนเด็กไม่สามารถเอื้อมหยิบถึง
- เพิ่มความปลอดภัยให้อุปกรณ์ไฟฟ้า: จัดเก็บสายไฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าให้มิดชิด และหาตัวครอบหรือจุกอุดปลั๊กไฟมาปิดรูปลั๊กที่ไม่ได้ใช้งาน เพื่อกันไม่ให้เด็กนำนิ้วไปแหย่
- เลือกอาหารและของเล่นที่เหมาะสมกับวัย: หั่นอาหารเป็นชิ้นเล็ก ๆ เพื่อให้เคี้ยวง่าย หลีกเลี่ยงการซื้อของเล่นที่มีชิ้นส่วนขนาดเล็กที่เด็กสามารถนำเข้าปากได้
- ยึดติดเฟอร์นิเจอร์กับผนัง: ยึดตู้ ชั้นวางของ และทีวีเข้ากับผนังให้มั่นคงแข็งแรง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุเฟอร์นิเจอร์ล้มทับในอนาคต
- สอนและปลูกฝังเรื่องความปลอดภัย: คอยบอกและอธิบายให้เด็กเข้าใจเกี่ยวกับอันตรายรอบตัว รวมถึงสอนวิธีขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

แม้ว่าเราจะพยายาม ป้องกันอุบัติเหตุในบ้าน อย่างเต็มที่แล้ว แต่อุบัติเหตุก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อหากคลาดสายตา ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือเด็ก ๆ ควรอยู่ในความดูแลและอยู่ในสายตาของผู้ปกครองตลอดเวลา ควบคู่ไปกับการปลูกฝังให้เด็กเรียนรู้เรื่องความปลอดภัย เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่คลายความกังวล และให้ลูกน้อยสามารถใช้ชีวิตและเติบโตในบ้านได้อย่างปลอดภัย
ติดตามสาระน่ารู้เพิ่มเติมได้ที่ Kidsfun
ค้นพบความสนุกและสาระความบันเทิงสำหรับลูกได้ที่ @kidsfunth






