/
/
Self-esteem ในเด็ก: วิธีเลี้ยงลูกให้เห็นคุณค่าในตัวเอง ไม่ให้กลายเป็น People Pleaser

Self-esteem ในเด็ก: วิธีเลี้ยงลูกให้เห็นคุณค่าในตัวเอง ไม่ให้กลายเป็น People Pleaser

ในยุคปัจจุบันที่คุณแม่หลายท่านต้องเผชิญกับความกดดันและการแข่งขันที่สูง การเลี้ยงลูกให้เติบโตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การเรียนเก่งหรือมีสุขภาพกายที่แข็งแรงเท่านั้น แต่การสร้าง “ความนับถือในตนเอง” Self-esteem และทักษะการใช้ชีวิตที่เหมาะสมถือเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยให้ลูกสามารถเผชิญหน้ากับโลกภายนอกได้อย่างมั่นใจ ความเข้าใจในพัฒนาการแต่ละช่วงวัยและการปรับจูนความคาดหวังให้เหมาะสม จึงเป็นกุญแจสำคัญที่คุณแม่สามารถใช้เพื่อสร้างวงจรการเรียนรู้ที่ดีให้กับลูกได้

Self-esteem

1.เลี้ยงลูกด้วยความเข้าใจ: การเห็นคุณค่าในตนเอง (Self-esteem) คือการที่เด็กมองเห็นจุดเด่นและความสามารถของตนเองตามความเป็นจริง ซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพจิตในระยะยาว นักจิตวิทยาชี้ให้เห็นว่ามีวิธีการเลี้ยงดู 4 แบบที่คุณแม่ควรระวังเพราะอาจทำร้ายใจลูกโดยไม่ตั้งใจ ได้แก่ การวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง การปกป้องที่มากเกินไปจนลูกไม่ได้เรียนรู้การพึ่งพาตนเอง การยัดเยียดความรู้สึกผิด และการใช้คำพูดประชดประชัน สิ่งเหล่านี้อาจทำให้ลูกกลายเป็นคนขาดความมั่นใจและเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าเมื่อเติบโตขึ้น

วิธีเลี้ยงดู 4 แบบที่แม่ควรระวัง

2.ปั้นลูกให้กล้าแสดงออก (Assertive) แต่ไม่ก้าวร้าว การฝึกให้ลูกเป็นเด็กที่ กล้าแสดงออกอย่างเหมาะสม (Assertiveness) คือการสอนให้ลูกสามารถสื่อสารความรู้สึกนึกคิดของตนเองออกมาได้อย่างสุภาพ ตรงไปตรงมา และเป็นธรรมชาติ โดยไม่ละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่น เด็กที่กล้าแสดงออกจะรู้จักสิทธิ์ของตนเอง กล้าปฏิเสธเมื่อถูกเอาเปรียบ และกล้าขอความช่วยเหลือเมื่อต้องการ ในทางกลับกัน หากลูกไม่ได้รับการส่งเสริมให้แสดงตัวตน เขาอาจกลายเป็นคนประเภท People Pleaser ที่พยายามทำตามความต้องการของคนอื่นอยู่เสมอเพื่อแลกกับความรัก จนเบียดเบียนความสุขของตนเองและบั่นทอนคุณค่าในตัวเองลง

ปั้นลูกให้กล้าแสดงออก

3.ระวังภาวะ “เหนื่อยล้าจากการเห็นอกเห็นใจ” (Compassion Fatigue) ความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) เป็นคุณสมบัติที่ดี แต่หากมีมากเกินไปอาจทำให้เด็กเกิดภาวะ Compassion Fatigue หรือความเหนื่อยล้าทางอารมณ์จากการแบกรับปัญหาของผู้อื่นมาเป็นของตนเองมากเกินไป สัญญาณเตือนคือลูกอาจเริ่มเครียดกับปัญหาของเพื่อนจนปล่อยวางไม่ได้ หรือหลีกเลี่ยงการดูแลตนเองเพราะมัวแต่ดูแลคนอื่น คุณแม่ควรช่วยลูกบาลานซ์ด้วยการสอนให้รู้จักปฏิเสธบ้าง และเข้าใจว่าการพูดว่า “ไม่” ในสถานการณ์ที่ไม่เหมาะสมไม่ได้แปลว่าเขาเป็นคนไม่น่ารัก

สอนให้รู้จัก "ปฏิเสธ"

4.สร้างวินัยเชิงบวกและปรับความคาดหวังให้พอดี การสร้างวินัยที่ดีควรยึดหลัก “3ส” (สัมพันธภาพ สอนง่าย สร้างวินัย) โดยเริ่มจากการให้ความรักความอบอุ่นเป็นพื้นฐาน การชมเชยควรเน้นที่ ความพยายามและการเรียนรู้ มากกว่าผลสำเร็จเพียงอย่างเดียว และควรเลี่ยงการลงโทษที่สร้างบาดแผลในใจ เช่น การตีหรือการประจาน นอกจากนี้ ความคาดหวังของคุณแม่ควรสอดคล้องกับพัฒนาการตามวัยของลูก ความคาดหวังที่เหมาะสมจะเป็นแรงผลักดันที่ดี แต่ถ้ากดดันมากเกินไปจะกลายเป็นแรงกดทับที่ทำให้ลูกวิตกกังวลและเสียความมั่นใจได้

สร้างวินัย 3 ส Self-esteem

การเลี้ยงดูลูกหนึ่งคนให้เติบโตอย่างงดงาม ต้องอาศัยความสมดุลระหว่างการฝึกวินัยและการให้ความรักแบบไม่มีเงื่อนไข เมื่อคุณแม่เป็นแบบอย่างที่ดีในการสื่อสารเชิงบวก รับฟังลูกอย่างไม่ตัดสิน และเปิดโอกาสให้ลูกได้ตัดสินใจด้วยตนเอง ลูกจะพัฒนาความภูมิใจในตัวเองและทักษะสังคมที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิต สุดท้ายแล้ว สุขภาพจิตที่ดีของลูกเริ่มต้นจากการที่แม่เข้าใจและยอมรับในสิ่งที่ลูกเป็น เพื่อให้เขาเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่เห็นคุณค่าในตัวเองและอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข

ติดตามสาระน่ารู้เพิ่มเติมได้ที่ Kidsfun

ค้นพบความสนุกและสาระความบันเทิงสำหรับลูกได้ที่ @kidsfunth