คุณพ่อคุณแม่หลายคนมักสงสัยว่าทำไมลูกถึงป่วยบ่อย โดยเฉพาะเมื่อเริ่มเข้าโรงเรียนหรือไปเนอสเซอรี่ ความจริงแล้วเป็นเรื่องปกติเพราะระบบภูมิคุ้มกันของเด็กยังพัฒนาไม่เต็มที่เหมือนผู้ใหญ่ และการอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเชื้อโรคผ่านการเล่นคลุกคลี การใช้ของเล่นร่วมกัน หรือการลืมล้างมือ การเรียนรู้ โรค ที่พบบ่อยจะช่วยให้ผู้ปกครองรับมือได้อย่างมีสติและถูกต้อง

1. โรค มือ เท้า ปาก (Hand, Foot, and Mouth Disease)
โรคนี้พบบ่อยมากในเด็กต่ำกว่า 5 ปี และมักระบาดในโรงเรียน
- อาการ : มีไข้ เจ็บคอ มีตุ่มแดงหรือแผลเล็กๆ ในปาก และมีผื่นแดงหรือตุ่มน้ำใสที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือก้น
- การดูแล : ให้ลูกพักผ่อน ดื่มน้ำเยอะๆ (น้ำเย็นจะช่วยลดอาการเจ็บปาก) ทานอาหารอ่อนๆ เช่น โจ๊ก หรือไอศกรีม และแยกของใช้ส่วนตัวเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ
2. โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza)
มีความรุนแรงกว่าไข้หวัดธรรมดา และอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างปอดบวมได้
- อาการ : ไข้สูงเฉียบพลัน หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว ไอ และน้ำมูกไหล
- การดูแล : พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ หากอาการรุนแรงแพทย์อาจให้ยาต้านไวรัสภายใน 48 ชั่วโมงแรก
- การป้องกัน : ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี
3. โรคไข้เลือดออก (Dengue Fever)
มียุงลายเป็นพาหะ มักระบาดหนักในฤดูฝนที่มีน้ำขัง
- อาการ : ไข้สูงลอย 2-7 วัน ปวดกระบอกตา ปวดเมื่อยตัว มีผื่นแดงหรือจุดเลือดออกตามตัว
- ข้อควรระวัง: ห้ามทานยาแอสไพรินหรือไอบูโพรเฟน เพราะจะทำให้เลือดออกง่ายขึ้น ให้ใช้เฉพาะยาพาราเซตามอลเท่านั้น หากลูกมีอาการปวดท้องมาก อาเจียนเป็นเลือด หรือมือเท้าเย็น ต้องรีบพบแพทย์ทันที

4. โรคติดเชื้อไวรัส RSV
เป็นสาเหตุหลักของโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่างในเด็กเล็ก
- อาการ : ไอ คัดจมูก มีน้ำมูก แต่หากรุนแรงจะมีอาการหายใจลำบาก หายใจเร็ว มีเสียงหวีด และเสมหะมาก
- กลุ่มเสี่ยง : ทารกคลอดก่อนกำหนด หรือเด็กที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับปอดและหัวใจ มีความเสี่ยงเสียชีวิตได้ ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาเฉพาะทาง ต้องรักษาตามอาการ
5. โรคท้องร่วง-อุจจาระร่วง (จากไวรัสโรต้าหรือโนโรไวรัส)
เกิดจากการกินอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ หรือการนำมือสกปรกเข้าปาก
- อาการ : ถ่ายเหลวมากกว่า 3 ครั้งต่อวัน อาเจียน ปวดท้อง และอาจมีไข้
- การดูแล : ป้องกันภาวะขาดน้ำโดยการดื่มน้ำเกลือแร่ (ORS) บ่อยๆ ทีละน้อย และทานอาหารย่อยง่าย
6. โรคไอพีดี (IPD)
เกิดจากเชื้อแบคทีเรียนิวโมค็อกคัส ซึ่งอาจทำให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบหรือติดเชื้อในกระแสเลือด
- อาการ : ไข้สูงกะทันหัน หายใจเหนื่อย ซึม หรือชัก
- การป้องกัน : ฉีดวัคซีนนิวโมค็อกคัส (PCV) เพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน
7. โรคติดต่ออื่นๆ ที่ควรเฝ้าระวัง
- อีสุกอีใส : มีไข้และตุ่มน้ำใสขึ้นทั่วตัวที่ทำให้คันมาก ป้องกันได้ด้วยวัคซีน
- โรคหัด : ไข้สูง ไอ น้ำมูกไหล และผื่นแดงลามทั่วตัว ป้องกันได้ด้วยวัคซีน MMR
- โรคตาแดง : ติดเชื้อจากการสัมผัสสิ่งสกปรก ทำให้ตาแดง คัน และมีขี้ตาเยอะ
- โรคเฮอร์แปงไจน่า : คล้ายมือเท้าปากแต่มีแผลเฉพาะในปากเท่านั้น
- โควิด-19 : อาการหลากหลายตั้งแต่ไข้ต่ำๆ ไปจนถึงเหนื่อยหอบ หรือมีอาการทางระบบทางเดินอาหารร่วมด้วย

สัญญาณอันตราย : เมื่อไรที่ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที
หากลูกมีอาการดังต่อไปนี้ อย่ารอช้าให้รีบส่งโรงพยาบาล
- ไข้สูงเกิน 40 องศาเซลเซียส หรือไข้ในเด็กเล็กต่ำกว่า 3 เดือน
- มีอาการชัก เกร็ง หรือซึม ไม่รู้สึกตัว
- หายใจลำบาก หายใจเร็ว หรือมีเสียงหวีด
- ขาดน้ำรุนแรง เช่น ไม่ปัสสาวะเกิน 8-12 ชั่วโมง ปากแห้ง ดวงตาโบ๋
- ถ่ายหรืออาเจียนเป็นเลือด
เคล็ดลับการป้องกันเพื่อลูกน้อยสุขภาพแข็งแรง
- ปลูกฝังสุขอนามัย : สอนให้ลูกล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่ โดยเฉพาะก่อนทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ
- วัคซีนคือเกราะป้องกัน : พาลูกไปรับวัคซีนพื้นฐานและวัคซีนเสริมตามกำหนดให้ครบถ้วน
- ดูแลสิ่งแวดล้อม : กำจัดแหล่งน้ำขังรอบบ้านเพื่อป้องกันยุงลาย และดูแลบ้านให้อากาศถ่ายเทสะดวก
- ความสะอาดของอาหาร : ให้ลูกทานอาหารปรุงสุกใหม่ สะอาด และใช้ช้อนกลาง

การเตรียมความพร้อมทั้งเรื่องการสังเกตอาการและการมีประกันสุขภาพ จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มั่นใจมากขึ้นในการดูแลลูกน้อยให้ได้รับการรักษาที่ดีที่สุดเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน
ติดตามสาระน่ารู้เพิ่มเติมได้ที่ Kidsfun
ค้นพบความสนุกและสาระความบันเทิงสำหรับลูกได้ที่ @kidsfunth






