คำพูดของพ่อแม่ มีอิทธิพลอย่างมหาศาลต่อความคิด พฤติกรรม และตัวตนของลูก เนื่องจากพ่อแม่คือคนกลุ่มแรกที่ลูกรู้จัก รัก และผูกพันด้วยมากที่สุด การสื่อสารที่ไม่เหมาะสมเพียงชั่ววูบอาจสร้างแผลในใจหรือปมด้อยที่ติดตัวลูกไปจนโต ในขณะที่คำพูดเชิงบวกสามารถสร้างความมั่นคงทางใจและทัศนคติที่ดีในการดำเนินชีวิตได้

คำพูดที่ควรระวังพิษร้ายที่ทำลายความมั่นใจ
การใช้คำพูดบางลักษณะส่งผลลบต่อพัฒนาการของเด็กอย่างรุนแรง
• คำสั่งห้ามและการขู่ : การพูดว่า “อย่า” “หยุด” หรือ “ไม่” บ่อยเกินไป ทำให้เด็กขาดความมั่นใจและไม่กล้าทดลองสิ่งใหม่ๆ ส่วนการขู่ เช่น “เดี๋ยวตำรวจมาจับ” หรือ “เดี๋ยวไม่รักนะ” จะสร้างความหวาดระแวง ทำให้เด็กขี้กลัว ปิดกั้นความอยากเรียนรู้ และอาจส่งผลเสียต่อการเรียนในระยะยาว
• การเปรียบเทียบและการบังคับ : การเปรียบเทียบลูกกับเด็กคนอื่น หรือการเคี่ยวเข็ญเรื่องเกรดเฉลี่ย ทำให้เด็กรู้สึกด้อยค่า เครียด กดดัน และอาจนำไปสู่พฤติกรรมต่อต้าน ก้าวร้าว หรืออิจฉาริษยาโดยไม่รู้ตัว
• คำหยาบคายและการใช้อารมณ์ : เมื่อพ่อแม่พูดคำหยาบหรือตวาดด้วยอารมณ์ ลูกจะซึมซับและเลียนแบบพฤติกรรมนั้น ทำให้ขาดทักษะการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ และรู้สึกไม่ปลอดภัยทางอารมณ์
• การห้ามร้องไห้และการล้อเลียน : การสั่งให้หยุดร้องไห้ทำให้ลูกรู้สึกว่าอารมณ์ของเขาไม่ได้รับการยอมรับ ส่วนการล้อเลียนจุดด้อยหรือคำพูดที่ไม่ชัดของเด็ก จะทำให้เขาสูญเสียความภูมิใจในตัวเองเมื่อเติบโตขึ้น
• การเข้าข้างเมื่อทำผิด : การปกป้องลูกเกินเหตุด้วยคำว่า “ลูกฉันไม่ผิด” จะทำให้เด็กไม่รู้จักแยกแยะผิดชอบชั่วดีและเอาแต่ใจ

แนวทางการสื่อสารเชิงบวกสร้างความแข็งแกร่งจากภายใน
เพื่อส่งเสริมพัฒนาการที่ดีแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่เปลี่ยนมาใช้เทคนิคการสื่อสารเชิงบวก
1. บอกรักและขอบคุณ : การแสดงความรักผ่านคำพูดง่ายๆ และการขอบคุณที่เขาเกิดมาเป็นลูก ช่วยสร้างรากฐานความมั่นคงทางใจ
2. ยอมรับและสะท้อนอารมณ์ : เมื่อลูกเสียใจ ควรอนุญาตให้เขาร้องไห้เพื่อระบายความอัดอั้น และพูดสะท้อนความรู้สึก เช่น “แม่เข้าใจว่ามันน่าเศร้า” เพื่อให้เขารู้สึกว่ามีคนรับฟังและเข้าใจ
3. ชมเชยที่ความพยายาม : แทนที่จะเน้นเพียงผลลัพธ์หรือความสำเร็จ ควรชื่นชมในความตั้งใจและความมุ่งมั่นของลูก เพื่อให้เขาฮึดสู้และไม่ท้อถอยต่ออุปสรรค
4. ใช้เหตุผลแทนคำสั่ง : หากจำเป็นต้องห้าม ควรเปลี่ยนเป็นการบอกสิ่งที่ควรทำพร้อมเหตุผลที่สมจริง เช่น “เดินจับมือแม่นะคะ หนูจะได้ไม่หลง” แทนการสั่งว่า “อย่าวิ่ง”
5. ขอโทษเมื่อทำผิด : พ่อแม่ควรเป็นแบบอย่างในการยอมรับผิดและขอโทษเมื่อเผลอใช้อารมณ์กับลูก เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่เคารพซึ่งกันและกัน

ผลกระทบที่ส่งถึงอนาคต
คำพูดของพ่อแม่เปรียบเสมือน “วาจาสิทธิ์” ที่สามารถหล่อหลอมให้ลูกเป็นไปตามนั้น หากเด็กเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยคำพูดลบ (Toxic) เช่น การถูกตำหนิเรื่องเงินหรือการถูกขู่ตัดความสัมพันธ์ แม้ในวัยผู้ใหญ่อย่างอายุ 23 ปี คำพูดเหล่านี้ยังคงสร้างความเสียใจและส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างรุนแรง

ในทางกลับกัน การเลี้ยงลูกด้วยความรัก ความเข้าใจ และการให้กำลังใจ จะช่วยให้เด็กมีความมั่นใจ เห็นคุณค่าในตัวเอง และสามารถจัดการกับอารมณ์ของตนเองได้อย่างเหมาะสมเมื่อเผชิญกับปัญหาในอนาคต ดังนั้น ก่อนจะสื่อสารกับลูกทุกครั้ง การตั้งสติและไตร่ตรองถึงผลกระทบของคำพูดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่คนเป็นพ่อแม่ควรทำ
ติดตามสาระน่ารู้เพิ่มเติมได้ที่ Kidsfun
ค้นพบความสนุกและสาระความบันเทิงสำหรับลูกได้ที่ @kidsfunth






