ในสังคมปัจจุบันที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน พ่อแม่หลายคนต้องเผชิญกับความท้าทายในการจัดสรร เวลา ระหว่าง “การหาเงิน” เพื่อความมั่นคงของครอบครัว กับ “การให้เวลา” เพื่อดูแลลูก หลายครั้งที่ความตั้งใจดีในการทำงานหนักเพื่ออนาคตของลูก กลับกลายเป็นดาบสองคมที่สร้างรอยร้าวในความสัมพันธ์โดยไม่รู้ตัว

เงินหรือเวลา : ทางเลือกที่บีบคั้นหัวใจคนเป็นพ่อแม่
พ่อแม่หลายท่านมักอ้างเหตุผลว่าที่ต้องทำงานหนักเป็นเพราะต้องการให้ลูกสบาย มีเงินเก็บ หรือมีบ้านที่สวยงาม แต่ในมุมมองของลูก โดยเฉพาะในวัยเด็กและวัยรุ่น พวกเขามักจะไม่ได้ต้องการสิ่งของนอกกายมากไปกว่าการได้ใช้เวลาทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น การไปเที่ยวด้วยกันปีละครั้ง หรือการรับประทานอาหารพร้อมหน้าพร้อมตา
ปัญหาที่พบบ่อยคือ การลำดับความสำคัญ ซึ่งในทางจิตวิทยา เด็กในช่วงปฐมวัย (0-6 ปี) เป็นช่วงที่ต้องการความรักและความผูกพันมากที่สุด เพื่อสร้างความมั่นคงทางจิตใจและพัฒนาการทางสมอง หากพ่อแม่ทุ่มเทเวลาให้กับการหาเงินเพียงอย่างเดียว จนละเลยช่วงเวลาสำคัญนี้ไป อาจส่งผลเสียต่อตัวลูกในระยะยาวอย่างที่เงินก็ซื้อกลับคืนมาไม่ได้

“เวลาที่มีคุณภาพ” (Quality Time) คืออะไร?
การมีเวลาให้ลูกไม่ได้หมายความว่าคุณต้องลาออกจากงานมาอยู่กับลูกตลอด 24 ชั่วโมง ในทางตรงกันข้าม การอยู่กับลูกทั้งวันแต่ก้มหน้าเล่นมือถือหรือไม่ใส่ใจลูก ก็ถือว่าเป็นการ “ไม่มีเวลาให้ลูก” เช่นกัน
เวลาที่มีคุณภาพ หมายถึงการจัดสรรเวลาสั้นๆ แต่มีความหมาย เช่น
- วางมือถือแล้วใช้เวลาเล่นกับลูกเพียง 20 นาที
- การพูดคุยและรับฟังปัญหาของลูกอย่างตั้งใจ
- การทำกิจกรรมสั้นๆ ร่วมกันที่ทำให้ลูกรู้สึกว่าเขามีตัวตนและเป็นที่รัก

4 ผลกระทบที่ตามมาเมื่อพ่อแม่ไม่มีเวลาให้
จากการศึกษาและข้อมูลทางสุขภาพจิต พบว่าการที่ลูกขาดการดูแลเอาใจใส่จากพ่อแม่ส่งผลเสียในหลายด้าน ดังนี้
- ความห่างเหินและไม่คุ้นเคย : ลูกจะรู้สึกไม่สนิทใจที่จะปรึกษาหรือบอกเล่าปัญหาให้พ่อแม่ฟังเมื่อเติบโตขึ้น
- ขาดความมั่นใจในตัวเอง : เมื่อไม่ได้รับความสนใจ ลูกอาจรู้สึกว่าตนเองไม่เป็นที่รัก และพลาดโอกาสในการได้รับการส่งเสริมความถนัดจากพ่อแม่
- พฤติกรรมเรียกร้องความสนใจ : เด็กอาจแสดงอาการก้าวร้าว งอแง หรือต่อต้าน เพื่อให้พ่อแม่หันมามองและวางมือจากงานมาสนใจตนเอง
- เสี่ยงต่อพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในอนาคต : ผลการศึกษาพบว่าวัยรุ่นที่เติบโตมาในครอบครัวที่พ่อแม่ไม่มีเวลาให้ มีแนวโน้มจะมีผลการเรียนที่ต่ำกว่า และเสี่ยงต่อการยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด พฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสม หรือการทำผิดกฎหมายมากกว่าเด็กที่ได้รับความอบอุ่น

การรักษาสมดุลเพื่อความสุขของครอบครัว
แม้การหาเงินจะเป็นสิ่งจำเป็น แต่การสร้าง สมดุลระหว่างงานและชีวิตครอบครัว เป็นสิ่งที่พ่อแม่ควรให้ความสำคัญ การเลือกทำงานที่มีความยืดหยุ่น หรือการตกลงแบ่งหน้าที่กันระหว่างพ่อและแม่ว่าใครจะเป็นคนให้เวลาหลักกับลูกในช่วงเวลาต่างๆ สามารถช่วยลดปัญหาความห่างเหินได้
สุดท้ายนี้ สิ่งที่ลูกต้องการมากที่สุดอาจไม่ใช่บ้านหลังใหญ่หรือเงินในบัญชีมหาศาล แต่คือ “ตัวตน” ของพ่อแม่ที่อยู่เคียงข้าง รับฟัง และเติบโตไปพร้อมกับเขาในทุกช่วงวัย
ติดตามสาระน่ารู้เพิ่มเติมได้ที่ Kidsfun
ค้นพบความสนุกและสาระความบันเทิงสำหรับลูกได้ที่ @kidsfunth






