/
/
ภายใต้รอยยิ้มของลูกนั้นมีความเครียดซ่อนอยู่หรือเปล่า ?

ภายใต้รอยยิ้มของลูกนั้นมีความเครียดซ่อนอยู่หรือเปล่า ?

ยด บ่อยครั้งที่เรามักมองว่าชีวิตในวัยเด็กคือช่วงเวลาแห่งความสุขที่มีเพียงการกิน การนอน และการเล่น แต่ในความเป็นจริง โลกของเด็กๆ ไม่ได้มีเพียงสีสันสดใสเสมอไป ท่ามกลางสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งโรคระบาด เศรษฐกิจ และความคาดหวัง เด็กและวัยรุ่นจำนวนมากกำลังเผชิญกับ “พายุในใจ” ที่พวกเขาอาจยังไม่รู้วิธีจัดการ จากผลวิจัยพบว่ามีเด็กและวัยรุ่นถึงร้อยละ 63 ที่มีอาการของ ความเครียด ความวิตกกังวลและซึมเศร้าในช่วงสถานการณ์วิกฤต การทำความเข้าใจและหมั่นสังเกตสัญญาณเตือนจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เราโอบอุ้มหัวใจของพวกเขาไว้ได้ทันเวลา

ทำไมเด็กถึงเครียด?

<p><strong>ความเครียด ในเด็กเกิดจากภาวะไม่สมดุลของร่างกายและจิตใจเมื่อต้องเผชิญกับปัญหาที่กดดัน ซึ่งมีสาเหตุหลักจาก 3 ปัจจัย

  1. ปัจจัยภายในและกรรมพันธุ์ เด็กบางคนมีพื้นฐานอารมณ์ที่วิตกกังวลง่าย หรือมีสารเคมีในสมองที่ไม่สมดุลมาตั้งแต่กำเนิด
  2. สภาพแวดล้อมและครอบครัว การเห็นพ่อแม่ทะเลาะกัน การถูกตำหนิบ่อยๆ หรือการแบกรับความคาดหวังที่สูงเกินไปจนกลายเป็นความกดดัน

3. โรงเรียนและสังคม การบ้านที่มากเกินไป การถูกเพื่อนล้อเลียน หรือการไม่ได้รับการยอมรับจากกลุ่มเพื่อน

ทำไมเด็กถึง เครียด

สัญญาณเตือนเมื่อลูกรักกำลังเผชิญ ความเครียด

จุดสังเกตพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป ซึ่งเป็นสัญญาณบอกเหตุว่าเด็กกำลังเครียด ดังนี้

  1. อารมณ์แปรปรวนง่าย หงุดหงิดง่าย จุดเดือดต่ำ หรือมีอารมณ์ “เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย” อย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับปกติ
  2. หวาดกลัวและวิตกกังวลผิดปกติ ไม่กล้าทำสิ่งที่เคยทำได้ เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง หรือไม่ยอมพูดคุยกับเพื่อน
  3. มีปัญหาการนอน นอนไม่หลับ ฝันร้าย หรือในเด็กเล็กอาจกลับมา “ฉี่รดที่นอน” อีกครั้ง
  4. พฤติกรรมการกินผิดปกติ เบื่ออาหารจนน้ำหนักลด หรือในทางกลับกันคือทานมากผิดปกติเพื่อชดเชยความรู้สึก
  5. เฉยชากับสิ่งที่เคยชอบ เลิกสนใจกิจกรรมที่เคยโปรดปราน เช่น ไม่อยากเล่นเกมที่ชอบ หรือไม่อยากดูการ์ตูนเรื่องเดิม
  6. สมาธิและการตัดสินใจแย่ลง ขี้หลงขี้ลืม ความจำระยะสั้นไม่ดี และไม่สามารถแก้ปัญหาง่ายๆ ด้วยตัวเองได้
  7. ท้อแท้และรู้สึกไร้ค่า เริ่มมีคำพูดที่แสดงถึงความสิ้นหวัง หรือมีความคิดที่จะทำร้ายตัวเอง ซึ่งเป็นระดับที่รุนแรงที่สุด

นอกจากนี้ ความเครียดเรื้อรังยังส่งผลต่อ สุขภาพกาย เช่น ปวดท้อง ปวดหัว หรือท้องผูกโดยหาสาเหตุทางการแพทย์ไม่พบ

สัญญาณเตือนความ เครียด

วิธีรับมือและป้องกัน

การช่วยเหลือเด็กๆ ไม่ใช่การเข้าไป “ควบคุม” แต่คือการ “เข้าใจ” โดยสามารถเริ่มได้ดังนี้

  • ฟังด้วยหัวใจ ไม่ใช่เพียงแค่ฟังเพื่อหาคำตอบหรือสั่งสอน แต่ฟังเพื่อรับรู้อารมณ์และความรู้สึกของลูกโดยไม่ตัดสิน
  • เป็นแบบอย่างที่เหมาะสม พ่อแม่ควรจัดการความเครียดของตัวเองให้ดีก่อน เพราะเด็กๆ มักเลียนแบบพฤติกรรมจากผู้ใหญ่
  • ใช้กิจกรรมบำบัด ให้เด็กได้ระบายความรู้สึกผ่านกิจกรรมที่สร้างสรรค์ เช่น ศิลปะบำบัด เพื่อระบายอารมณ์, ดนตรีบำบัด เพื่อความผ่อนคลาย, หรือแม้แต่การ ทำอาหาร ที่ช่วยให้เด็กได้จดจ่ออยู่กับปัจจุบัน
  • งดการลงโทษที่รุนแรง การดุ ตี หรือตำหนิจะยิ่งทำให้เด็กมองเห็นคุณค่าในตัวเองต่ำลงและเกิดความเครียดเพิ่มขึ้น

ความเครียดของเด็กอาจดูเหมือนเรื่องเล็กในสายตาผู้ใหญ่ แต่สำหรับพวกเขา มันคือโลกทั้งใบที่กำลังสั่นคลอน สิ่งที่เด็กต้องการที่สุดไม่ใช่พ่อแม่ที่สมบูรณ์แบบ แต่คือพ่อแม่ที่พร้อมจะนั่งลงข้างๆ และรับฟังเขาด้วยความเข้าใจ การโอบกอดด้วยความรักและการเป็น “พื้นที่ปลอดภัย” คือยาวิเศษที่สุดที่จะช่วยถอนพิษความเครียด และช่วยให้เมล็ดพันธุ์ตัวน้อยๆ เติบโตขึ้นมาเป็นต้นไม้ที่แข็งแรงทั้งกายและใจ พร้อมที่จะผลิบานอย่างสง่างามในอนาคต เพราะสุขภาพใจของลูกรอไม่ได้และไม่ควรมองข้ามแม้เพียงเสี้ยววินาทีเดียว

ติดตามสาระน่ารู้เพิ่มเติมได้ที่ Kidsfun

ค้นพบความสนุกและสาระความบันเทิงสำหรับลูกได้ที่ @kidsfunth