/
/
ภาวะมีบุตรยาก คุณพ่อคุณแม่ควรรับมือยังไงดี?

ภาวะมีบุตรยาก คุณพ่อคุณแม่ควรรับมือยังไงดี?

ภาวะมีบุตรยาก (Infertility) คือการที่คู่สามีภรรยาไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ แม้จะพยายามมีบุตรและมีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ (ประมาณ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์) โดยไม่ได้คุมกำเนิดเป็นเวลาติดต่อกันอย่างน้อย 1 ปี. อย่างไรก็ตาม หากฝ่ายหญิงมี อายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป และพยายามมีบุตรมานานกว่า 6 เดือนแล้วยังไม่สำเร็จ ควรเข้าพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยทันทีโดยไม่ต้องรอให้ครบปี เนื่องจากคุณภาพและปริมาณของไข่จะลดลงอย่างรวดเร็วตามอายุที่มากขึ้น

ต้นเหตุของปัญหา : ทำไมถึงมีลูกยาก?

สาเหตุของภาวะมีบุตรยากสามารถเกิดได้จากทั้งฝ่ายชาย (ประมาณ 30-40%) ฝ่ายหญิง (ประมาณ 40-50%) หรืออาจเกิดจากทั้งสองฝ่ายร่วมกัน รวมถึงบางกรณีที่ตรวจไม่พบสาเหตุที่แน่ชัด (Unexplained Infertility) ประมาณ 10%

  • สาเหตุจากฝ่ายหญิง : ส่วนใหญ่มักเกิดจาก ปัญหาการตกไข่ (เช่น ไข่ไม่ตก หรือไข่น้อย) ท่อนำไข่อุดตัน ความผิดปกติของโพรงมดลูกที่มีติ่งเนื้อหรือพังผืดรบกวนการฝังตัวของตัวอ่อน และภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (ช็อกโกแลตซีสต์)
  • สาเหตุจากฝ่ายชาย : ปัจจัยหลักคือ คุณภาพของน้ำเชื้ออสุจิ เช่น อสุจิมีจำนวนน้อย เคลื่อนที่ได้ไม่ดี หรือมีรูปร่างผิดปกติ รวมถึงปัญหาการแข็งตัวของอวัยวะเพศหรือการหลั่งอสุจิ

ปัจจัยเสี่ยงและพฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยง

ไลฟ์สไตล์และการดูแลสุขภาพส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการสืบพันธุ์ ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญมีดังนี้

  1. อายุ : ผู้หญิงที่อายุเกิน 35 ปี และผู้ชายที่อายุเกิน 40 ปี จะมีโอกาสตั้งครรภ์ลดลงและเพิ่มความเสี่ยงต่อความผิดปกติของโครโมโซมในทารก
  2. น้ำหนักตัว : ดัชนีมวลกาย (BMI) ที่มากกว่า 25 ส่งผลให้ฮอร์โมนทำงานผิดปกติ ทั้งภาวะไข่ไม่ตกในผู้หญิง และเสื่อมสมรรถภาพทางเพศในผู้ชาย
  3. ความเครียด : รบกวนการทำงานของฮอร์โมนในระบบสืบพันธุ์ ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ และคุณภาพอสุจิลดลง
  4. สารเสพติดและเครื่องดื่ม : การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป และการบริโภคคาเฟอีนเกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน (กาแฟประมาณ 3 แก้ว) ล้วนส่งผลเสียต่อไข่และอสุจิ
  5. ยาบางชนิด : การใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs (เช่น ไอบูโพรเฟน) ต่อเนื่องนานๆ อาจรบกวนวงจรการตกไข่ ส่วนยาต้านฮีสตามีนบางชนิดอาจทำให้อสุจิลดลง

เคล็ดลับเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ตามธรรมชาติ

สำหรับคู่รักที่อยากมีลูกง่ายขึ้น สามารถปฏิบัติตามแนวทางดังนี้

  • นับวันตกไข่ : การมีเพศสัมพันธ์ในช่วงก่อนการตกไข่ 1-2 วัน จะช่วยเพิ่มโอกาสที่อสุจิจะเข้าไปรอปฏิสนธิกับไข่ได้มากที่สุด
  • ความถี่และท่าทาง : แนะนำให้มีเพศสัมพันธ์วันเว้นวัน หรือทุก 2 วัน หลังเสร็จกิจกรรม ฝ่ายหญิงอาจนอนหงายและใช้หมอนหนุนสะโพกสูงค้างไว้ 10-15 นาที เพื่อช่วยให้อสุจิเคลื่อนตัวไปหาไข่ได้ดีขึ้น
  • โภชนาการ : เน้นรับประทานผักใบเขียวที่มีโฟเลตสูง ถั่ว ธัญพืช และโปรตีนจากปลา เพื่อช่วยบำรุงมดลูกและเพิ่มคุณภาพของอสุจิ

เทคโนโลยีทางการแพทย์ : ทางออกสำหรับผู้มีบุตรยาก

หากพยายามตามธรรมชาติแล้วไม่สำเร็จ ปัจจุบันมีเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ที่หลากหลาย

  • IUI (Intrauterine Insemination) : การฉีดเชื้ออสุจิที่คัดกรองแล้วเข้าสู่โพรงมดลูกโดยตรงในช่วงวันตกไข่
  • IVF (In Vitro Fertilization) : การทำเด็กหลอดแก้ว โดยนำไข่และอสุจิมาปฏิสนธิภายนอกร่างกายในห้องปฏิบัติการจนเป็นตัวอ่อน แล้วจึงย้ายกลับเข้าสู่โพรงมดลูก
  • ICSI (Intracytoplasmic Sperm Injection) : การใช้เข็มฉีดอสุจิ 1 ตัวเข้าไปในไข่ 1 ใบโดยตรง เหมาะสำหรับกรณีที่อสุจิของฝ่ายชายมีปัญหามาก หรือทำ IVF แล้วไม่สำเร็จ
  • PGT (Preimplantation Genetic Testing) : เทคโนโลยีการตรวจคัดกรองความผิดปกติทางพันธุกรรมของตัวอ่อนก่อนการฝังตัว เพื่อเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ที่สมบูรณ์

 ภาวะมีบุตรยากไม่ใช่เรื่องน่าอายและมีทางแก้ไข การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพควบคู่ไปกับการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง จะช่วยให้คู่สมรสมีโอกาสประสบความสำเร็จในการสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์ได้เร็วขึ้น

ติดตามสาระน่ารู้เพิ่มเติมได้ที่ Kidsfun

ค้นพบความสนุกและสาระความบันเทิงสำหรับลูกได้ที่ @kidsfunth