/
/
พฤติกรรมการกินของพ่อแม่ ส่งผลต่อสุขภาพลูกอย่างไร

พฤติกรรมการกินของพ่อแม่ ส่งผลต่อสุขภาพลูกอย่างไร

การสร้างนิสัยการกินที่ดีตั้งแต่เด็กเป็นพื้นฐานสำคัญของสุขภาพในระยะยาว เพราะ พฤติกรรมการกินของพ่อแม่ มีอิทธิพลต่อการเลือกอาหาร พฤติกรรมการบริโภค และความสัมพันธ์กับอาหารของลูกอย่างชัดเจน แม้ปัจจัยทางพันธุกรรมจะมีบทบาท แต่ สิ่งที่ลูกเห็นภายในบ้านทุกวันมักกลายเป็น “มาตรฐาน” ของการกิน ซึ่งจะติดตัวไปจนโตได้เช่นกัน

1. ลูกจำลองแบบพ่อแม่อย่างเป็นธรรมชาติ
พฤติกรรมการกินที่ลูกเห็นเป็นแบบอย่างแรกและสำคัญที่สุด
• งานวิจัยพบว่าพฤติกรรมการกินของพ่อแม่มีผลต่อการเลือกอาหารของลูก โดยเฉพาะเมื่อเด็กได้ร่วมรับประทานอาหารกับครอบครัวบ่อยครั้ง เพราะเด็กจะเรียนรู้ทั้งประเภทอาหารและวิธีการกินจากพ่อแม่โดยตรง
• พ่อแม่ที่รับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช จะทำให้ลูกมีโอกาสเลือกสิ่งเหล่านี้ด้วยมากกว่าเมื่อเทียบกับครอบครัวที่บริโภคอาหารแปรรูปหรือมีน้ำตาลสูงอย่างสม่ำเสมอ
สิ่งนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะมื้ออาหารเท่านั้น แต่รวมถึงพฤติกรรมระหว่างมื้อ เช่น การทานขนมกรุบกรอบ การดูทีวีไปพร้อมกับกินของว่าง ซึ่งส่งผลให้เด็กเรียนรู้ว่าการกินขณะทำกิจกรรมอื่นเป็นเรื่องปกติด้วย

ลูกจำลองแบบพ่อแม่

2. กฎอาหารและวิธีเลี้ยงลูกเรื่องอาหารมีผลต่อการพัฒนาความชอบอาหาร
พฤติกรรมการควบคุมหรือจำกัดอาหารของพ่อแม่อาจส่งผลตรงกันข้ามกับที่ตั้งใจไว้
• การกดดันเด็กให้กินอาหารบางอย่าง หรือห้ามอาหารบางชนิดอย่างเข้มงวด อาจทำให้เด็กพัฒนา พฤติกรรมกินอาหารแปลก/เลือกกิน (picky eating) และลดความสามารถในการควบคุมการกินเองตามความหิว/อิ่ม
• การใช้รางวัล เช่น แจกขนมหวานเมื่อลูกกินผัก อาจทำให้เด็กเชื่อมโยง “การกินดี = ต้องได้ขนม” ซึ่งกลับส่งเสริมการเลือกกินอาหารที่มีน้ำตาลหรือไขมันสูงในระยะยาว
วิธีที่มีประสิทธิภาพมากกว่าคือ การเป็นต้นแบบที่ดี โดยจัดเตรียมอาหารหลากหลายพร้อมทั้งรับประทานเป็นตัวอย่างให้ลูกเห็นเป็นประจำ และส่งเสริมให้ลูกตัดสินใจได้เองในขอบเขตที่เหมาะสม

กฎอาหาร

3. รูปแบบพฤติกรรมการกินของพ่อแม่สื่อสารไปถึงลูก
พฤติกรรมการกินไม่ได้แสดงออกแค่ประเภทอาหาร แต่รวมถึง ทัศนคติและอารมณ์ที่เกี่ยวกับอาหารด้วย
• พ่อแม่ที่เครียดหรือมีวิธีรับมือกับอารมณ์โดยการกิน (emotional eating) ทำให้ลูกอาจเรียนรู้ว่า “การกินคือทางออก” ต่อความรู้สึก ซึ่งสามารถนำไปสู่พฤติกรรมกินมากเกินไปหรือกินเพื่อความสบายใจในอนาคต
• ทัศนคติของพ่อแม่ที่แบ่งอาหารเป็น “ดี/ไม่ดี” มากเกินไป อาจทำให้เด็กพัฒนา ความสัมพันธ์เชิงลบกับอาหาร เช่น รู้สึกผิดเมื่อกินอาหารที่ไม่ถูกจัดเป็น “เพื่อสุขภาพ”
การส่งเสริมให้เด็กเห็นอาหารเป็นสิ่งที่สร้างพลังงานและสุขภาพมากกว่าการให้คุณค่าว่า “ดีหรือไม่ดี” จะช่วยให้เด็กพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีกับการกิน

รูปแบบ พฤติกรรมการกินของพ่อแม่

4. พฤติกรรมการกินของพ่อแม่สัมพันธ์กับสุขภาพร่างกายของลูกในระยะยาว
ผลงานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่าพฤติกรรมการกินภายในครอบครัวเชื่อมโยงกับโอกาสเกิดภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคเรื้อรังในเด็ก
• ปัจจัยภายในบ้าน เช่น การมีอาหารสุขภาพพร้อมให้เลือก และการรับประทานอาหารร่วมกันเป็นประจำ ถูกเชื่อมโยงกับการมีดัชนีมวลกาย (BMI) ในช่วงวัยเด็กที่เหมาะสม
• การเป็นแบบอย่างที่ดีของพ่อแม่ทำให้เด็กมีแนวโน้มเลือกอาหารที่มีคุณภาพสูงขึ้น และลดการบริโภคอาหารแปรรูปหรือหวานจัด ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วน เบาหวาน และโรคหัวใจในอนาคต

พฤติกรรมการกินของพ่อแม่

พฤติกรรมการกินของพ่อแม่ มีผลอย่างเป็นระบบต่อสุขภาพลูก ตั้งแต่รูปแบบการเลือกอาหารจนถึงทัศนคติที่เด็กมีต่อการกิน เพราะ 
• ลูกเรียนรู้และเลียนแบบจากสิ่งที่เห็นเป็นประจำ
• วิธีที่พ่อแม่จัดอาหาร ส่งผลต่อ “มาตรฐาน” การกินของเด็ก
• กฎและท่าทีของพ่อแม่สามารถส่งเสริมหรือยับยั้งพฤติกรรมการกินที่ดี
• พฤติกรรมเหล่านี้ส่งผลในระยะสั้น (พฤติกรรมการกิน) และระยะยาว (สุขภาพร่างกายและจิตใจ)
พ่อแม่จึง ไม่เพียงแค่เลือกอาหารให้ลูก แต่ต้องเลือก “พฤติกรรมการกินที่ดีให้กับทั้งบ้าน” เพื่อวางรากฐานสุขภาพที่แข็งแรงให้เด็กตั้งแต่วันนี้

ติดตามสาระน่ารู้เพิ่มเติมได้ที่ Kidsfun

ค้นพบความสนุกและสาระความบันเทิงสำหรับลูกได้ที่ @kidsfunth