ในสังคมไทย บทบาทของ “พ่อ” มักถูกคาดหวังให้เป็นเสาหลักที่แข็งแกร่ง เป็นผู้นำ หัวหน้าครอบครัว ที่ต้องแบกรับภาระหนักอึ้ง ทั้งการทำงานหาเลี้ยงครอบครัวและการตัดสินใจเรื่องสำคัญ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนและความกดดันจากรอบด้าน คุณพ่อหลายคนอาจรู้สึกท้อแท้ หมดไฟ หรือกังวลว่าตนเองทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอ แต่ความจริงแล้ว การเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดีไม่ได้หมายถึงการต้องสมบูรณ์แบบหรือแบกทุกอย่างไว้เพียงลำพัง บทความนี้จะช่วยให้คุณพ่อเข้าใจวิธีจัดการความเครียดและเปลี่ยนบ้านให้เป็นพื้นที่แห่งความสุขร่วมกัน

1. สำรวจสัญญาณเตือน
ความเครียดของ หัวหน้าครอบครัว ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเข้มแข็งของครอบครัว หากคุณพ่อเริ่มมีอาการเหล่านี้ นั่นคือสัญญาณที่บอกว่าควรหันกลับมาดูแลใจตัวเอง
• อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่ายระเบิดอารมณ์ใส่คนในบ้านหรือมีความอดทนต่ำต่อเรื่องเล็กน้อย
• การสื่อสารติดลบ เริ่มพูดจาประชดประชัน จับผิดคนในบ้านหรือหลีกเลี่ยงการพูดคุย
• ภาวะหมดไฟ รู้สึกเหนื่อยล้าทางอารมณ์มองความสามารถตัวเองในเชิงลบ และไม่อยากไปทำงาน
• ความคิดปิดกั้น มีอคติไม่รับฟังความเห็นของสมาชิกคนอื่น และมองปัญหาเป็นเรื่องเลวร้ายไปหมด

2. ปรับเปลี่ยนทัศนคติ
จิตแพทย์แนะว่าคุณพ่อไม่ควรเก็บปัญหาไว้คนเดียว เพราะจะยิ่งทำให้เครียดหนักจนอาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้า
• ยอมรับความรู้สึก การยอมรับว่าเราเหนื่อยหรือทำผิดพลาดได้ ไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ไข
• เลิกเป็นช้างเท้าหน้าเพียงลำพัง ครอบครัวคือหน่วยเล็กๆ ที่ต้องร่วมแรงร่วมใจกัน ทุกคนควรมีส่วนรับผิดชอบชีวิตตนเองและยอมรับความรู้สึกซึ่งกันและกัน
• ตั้งเป้าหมายเล็กๆ แทนที่จะแก้ปัญหาใหญ่ในคราวเดียว ให้ลองตั้งเป้าหมายสั้นๆ เช่น สัปดาห์นี้จะใช้เวลากับลูกมากขึ้น หรือเดือนนี้จะช่วยกันลดค่าใช้จ่ายในบ้าน

3. พัฒนาการสื่อสารด้วย “หัวใจมีหู”
การสื่อสารที่อบอุ่นคือหัวใจของความมั่นคงในครอบครัว คุณพ่อสามารถนำเทคนิคจิตวิทยามาปรับใช้ได้
• รับฟังอย่างตั้งใจ ฟังด้วยใจโดยไม่ตัดสิน ไม่ขัดจังหวะ และพยายามเข้าใจมุมมองของลูกหรือภรรยา
• สื่อสารให้ชัดเจนและตรงไปตรงมา หากรู้สึกไม่สบายใจหรือต้องการความช่วยเหลือ ให้พูดคุยตรงๆ ด้วยเหตุผลและท่วงทำนองที่นุ่มนวล แทนการบ่นหรือประชด
• ให้เกียรติและแสดงความรัก อย่าอายที่จะบอกรักหรือชมเชยสมาชิกในบ้าน เพื่อให้เขารู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าต่อครอบครัว

4. ดูแลกาย-ใจให้พร้อมสู้
• ฝึกสติ ให้เวลาตัวเองวันละ 10-15 นาทีเพื่ออยู่กับตัวเอง จะช่วยให้ใจเย็นลงและมีสมาธิในการแก้ปัญหา
• ฝึกการหายใจ เมื่อรู้สึกตึงเครียด ให้หายใจเข้าช้าๆ นับ 1-4 กลั้นไว้ 1-2 และผ่อนลมหายใจออกยาวๆ นับ 1-6 เพื่อให้จิตใจสงบ
• หาเวลาพักผ่อน การนอนหลับที่เพียงพอช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวจากความเหนื่อยหน่ายได้ดีที่สุด

ตำแหน่งหัวหน้าครอบครัวอาจจะเป็นบทบาทที่สังคมมอบให้ แต่ความเป็น “พ่อ” และ “สามี” คือความสัมพันธ์ที่งดงามที่สุดที่คุณมี แม้ในวันที่โลกภายนอกจะถาโถมด้วยปัญหาเศรษฐกิจหรือความกดดันจากการทำงาน ขอให้ตระหนักเสมอว่า “บ้าน” ควรเป็น Safe Zone หรือพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน รวมถึงตัวคุณพ่อเองด้วย
ติดตามสาระน่ารู้เพิ่มเติมได้ที่ Kidsfun
ค้นพบความสนุกและสาระความบันเทิงสำหรับลูกได้ที่ @kidsfunth






