เมื่อสมาชิกตัวน้อยลืมตาดูโลก สิ่งแรกที่พ่อแม่และผู้ใหญ่ในบ้านให้ความสำคัญ คือความแข็งแรงสมบูรณ์ของร่างกายลูกน้อย แต่ไม่น้อยไปกว่านั้นคือเรื่อง “รูปทรงศีรษะ” โดยเฉพาะความเชื่อเรื่อง เด็กหัวทุย ที่หลายครอบครัวมองว่าเป็นลักษณะที่สวยงาม น่ารัก และส่งผลต่อบุคลิกภาพในอนาคต คำถามสำคัญคือ เด็กหัวทุย สร้างได้จริงไหม? และหากสร้างได้ จะปลอดภัยกับลูกหรือไม่ บทความนี้จะพาไปไขความจริง พร้อมแนวทางดูแลลูกน้อยให้ทั้งสวยงามและปลอดภัยที่สุด

ทำไมหัวลูกถึงแบน? และ “หัวทุย” คืออะไร
ในทางการแพทย์ ลักษณะที่ศีรษะด้านท้ายทอยแบนราบเรียกว่า ภาวะหัวแบนจากการกดทับ ซึ่งมักเกิดจากการที่เด็กนอนท่าเดิมนาน ๆ จนเกิดแรงกดทับ เนื่องจากกะโหลกศีรษะของทารกแรกเกิดยังอ่อนนิ่มและยังไม่เชื่อมติดกันสนิท เพื่อรองรับการขยายตัวของสมองและการคลอด ส่วน “หัวทุย” คือลักษณะกะโหลกศีรษะด้านท้ายทอยที่โค้งมนสวยงาม ไม่แบนราบไปด้านใดด้านหนึ่ง

หัวแบนมีผลต่อสมองหรือไม่?
คุณพ่อคุณแม่สบายใจได้เพราะภาวะหัวแบนจากการนอน ไม่มีผลกระทบต่อพัฒนาการทางสมองหรือสติปัญญาของลูก เป็นเพียงเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น โดยกะโหลกศีรษะจะเริ่มเชื่อมติดกันสนิทเมื่ออายุประมาณ 2 ปี ดังนั้นช่วงเวลาทองในการปรับรูปทรงศีรษะคือช่วง 4-12 เดือนแรก

ความจริงที่แฝงด้วยอันตราย
เป็นความจริงที่การนอนคว่ำหรือนอนตะแคงช่วยลดแรงกดทับที่ท้ายทอย ทำให้ เด็กหัวทุย สวยได้มากกว่าการนอนหงายเพียงอย่างเดียว แต่สิ่งที่พ่อแม่ต้องตระหนักให้หนักคือ “อันตรายถึงชีวิต”
• ความเสี่ยงต่อโรค การจับเด็กนอนคว่ำโดยเฉพาะในช่วง 0-6 เดือนแรก เพิ่มความเสี่ยงต่อ โรคตายฉับพลันในทารก (SIDS) หรือโรคไหลตาย เนื่องจากเด็กยังไม่สามารถชันคอหรือพลิกตัวกลับเองได้ ทำให้เสี่ยงต่อการถูกที่นอนอุดกั้นทางเดินหายใจ• คำแนะนำจากแพทย์ กรมอนามัยและกุมารแพทย์ส่วนใหญ่เน้นย้ำว่า ท่าที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับทารกคือ “ท่านอนหงาย” โดยเฉพาะในเด็กอายุต่ำกว่า 4-6 เดือนที่กล้ามเนื้อคอยังไม่แข็งแรง

เคล็ดลับสร้าง “หัวทุยสวย” อย่างปลอดภัย
หากคุณพ่อคุณแม่ต้องการให้ลูกหัวทุยสวย โดยไม่ต้องเสี่ยงอันตราย สามารถทำได้ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญดังนี้
1. สลับท่าทางระหว่างนอน ในขณะที่ลูกหลับให้จัดท่า นอนหงายสลับกับการนอนตะแคงซ้ายและขวา เพื่อกระจายแรงกดทับ
2. ทำ Tummy Time เมื่อลูกตื่นและมีผู้ดูแลอยู่ใกล้ชิด ให้ฝึก “นอนคว่ำเล่น” (Tummy Time) เพื่อช่วยลดเวลาที่ศีรษะต้องสัมผัสพื้น และยังช่วยสร้างกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ ให้แข็งแรง
3. เปลี่ยนทิศทางการนอน หมั่นเปลี่ยนทิศทางหัวนอนของลูก หรือใช้ของเล่นดึงดูดใจเพื่อให้ลูกหันไปมองในทิศทางต่าง ๆ ไม่ให้หันไปด้านใดด้านหนึ่งเพียงด้านเดียว
4. หมอนหัวทุย จำเป็นไหม? ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ ไม่แนะนำให้ใช้หมอนทุกชนิดกับเด็กที่อายุต่ำกว่า 1 ปี เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงในการขาดอากาศหายใจหากหน้าลูกไปซุกกับหมอน

ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าลูกจะมีศีรษะที่ “ทุยสวย” ตามค่านิยมหรือไม่ สิ่งนั้นไม่ได้เป็นเครื่องบ่งชี้ความสุขหรือความสำเร็จในอนาคตของเขาเลย รูปทรงของกะโหลกศีรษะอาจเปลี่ยนไปได้ตามกาลเวลา แต่ความปลอดภัยและสุขภาพที่แข็งแรงของลูกน้อยคือรากฐานที่สำคัญที่สุด
ติดตามสาระน่ารู้เพิ่มเติมได้ที่ Kidsfun
ค้นพบความสนุกและสาระความบันเทิงสำหรับลูกได้ที่ @kidsfunth






