ไทย-อินโดฯ: ปัจจุบันเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับความผันผวนอย่างรุนแรงจากวิกฤตตึงเครียดของสงคราม ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น และกระตุ้นให้เกิดการเทขายพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวทั่วโลก
สถานการณ์นี้บีบให้สองเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียนอย่าง ไทยและอินโดนีเซีย ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การบริหารจัดการหนี้สาธารณะขนานใหญ่ โดยหันมาพึ่งพาการกู้เงินระยะสั้นเพื่อประคองเศรษฐกิจและรับมือกับสภาวะตลาดทุนที่ผันผวน
สำหรับอินโดนีเซีย ธนาคารกลางได้เร่งออกตั๋วเงินคลังรูเปียห์ระยะสั้น (SRBI) ที่มีอายุไม่เกิน 12 เดือน เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยในเดือนที่ผ่านมา ยอดคงค้างของตั๋วเงินคลังดังกล่าวพุ่งสูงขึ้นถึง 126.7 ล้านล้านรูเปียห์ ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบเกือบ 2 ปี
กลยุทธ์นี้มีเป้าหมายหลักเพื่อดึงดูดเงินทุนจากต่างชาติให้เข้ามาพยุงค่าเงินรูเปียห์ หลังจากที่ดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์และกลายเป็นสกุลเงินที่ทำผลงานแย่ที่สุดในเอเชียในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การเร่งออกตั๋วเงินคลังนี้ได้ดันให้อัตราผลตอบแทนพุ่งสูงถึง 6.76% ซึ่งสูงกว่าพันธบัตรระยะยาว จนเกิดภาวะแย่งสภาพคล่องและความต้องการซื้อพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวลดลง
ในส่วนของประเทศไทย รัฐบาลได้หันมาพึ่งพาการออกตราสารหนี้ระยะสั้นในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน โดยมีการอนุมัติแผนกู้เงินฉุกเฉินมูลค่า 4 แสนล้านบาท เพื่อนำมาใช้ในมาตรการช่วยเหลือประชาชน โดยในเงินก้อนนี้ รัฐบาลเน้นการระดมทุนผ่านตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) และเงินกู้ระยะยาวแบบกำหนดระยะเวลา แทนการออกพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวแบบเดิม
ข้อมูลจากธนาคารกลางพบว่ายอดคงค้างของตั๋วสัญญาใช้เงิน ณ สิ้นเดือนมีนาคม อยู่ที่ประมาณ 1.16 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับจุดสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2023 สาเหตุที่ไทยเลือกใช้แนวทางนี้เนื่องจากส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรมีความชันมาก รัฐบาลจึงต้องการควบคุมต้นทุนดอกเบี้ยให้ต่ำไว้ก่อนเพื่อลดภาระทางการคลัง
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์และนักยุทธศาสตร์จากสถาบันการเงินระดับโลกอย่างซิตี้กรุ๊ป ได้แสดงความกังวลว่าการมุ่งเน้นตราสารระยะสั้นจะไปดึงความต้องการซื้อพันธบัตรรัฐบาลในภาพรวมให้ลดลง แม้กลยุทธ์นี้จะช่วยสร้างความยืดหยุ่นในการหาเงินทุนท่ามกลางวิกฤต
แต่ในระยะยาวอาจนำมาซึ่งความเสี่ยงสำคัญคือ ความเสี่ยงในการปรับโครงสร้างหนี้ หรือภาระที่ต้องหาเงินกู้ก้อนใหม่มาหมุนเวียนเพื่อชำระหนี้เก่าในอนาคต ซึ่งเป็นประเด็นที่นักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจกำลังเฝ้าจับตามองอย่างใกล้ชิด
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






