เงินเยนทรุดต่ำสุดรอบเกือบ 40 ปี จับตาญี่ปุ่นแทรกแซงค่าเงินอีกครั้ง

/
/
/
เงินเยนทรุดต่ำสุดรอบเกือบ 40 ปี จับตาญี่ปุ่นแทรกแซงค่าเงินอีกครั้ง

เงินเยนทรุดต่ำสุดรอบเกือบ 40 ปี: สถานการณ์ในตลาดการเงินโลกกำลังเผชิญกับความผันผวนครั้งใหญ่ โดยล่าสุด “ค่าเงินเยน” ของประเทศญี่ปุ่นได้ทำสถิติอ่อนค่าลงอย่างหนักจนแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 40 ปี โดยในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์ก เงินเยนร่วงลงไปอยู่ที่ 163.24 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นระดับที่อ่อนค่าที่สุดนับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2529 และยังคงมีการซื้อขายเหนือระดับ 163 เยนอย่างต่อเนื่องในตลาดเอเชีย

ปัจจัยกดดัน: ดอลลาร์แข็งค่า ดอกเบี้ยสหรัฐพุ่ง และสถานการณ์สงคราม การอ่อนค่าของเงินเยนในครั้งนี้มีสาเหตุหลักมาจากความแข็งแกร่งของเงินดอลลาร์สหรัฐ ที่ได้รับแรงหนุนจากปัจจัยหลายด้าน ประกอบด้วยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ที่ปรับตัวพุ่งสูงขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ที่ 92.67 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล 

รวมไปถึงสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ที่กองทัพสหรัฐเดินหน้าโจมตีอิหร่านอย่างต่อเนื่องมา 11 คืนติด ทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลและหันไปเทน้ำหนักถือครองเงินดอลลาร์ในฐานะ “สินทรัพย์ปลอดภัย”

นอกจากนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐก็พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยพันธบัตรอ้างอิงอายุ 10 ปี แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ 4.64% ขณะที่พันธบัตรอายุ 30 ปี ทะลุขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือนที่ 5.15% ซึ่งตามสถิติแล้ว หากอัตราผลตอบแทนทะลุ 5% มักจะส่งผลให้การลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมีความน่าสนใจลดลง และหนุนให้ดอลลาร์ยิ่งแข็งค่า 

ในทางตรงกันข้าม ปัจจัยภายในของญี่ปุ่นเอง ทั้งเรื่องของอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงถูกตรึงอยู่ในระดับต่ำ ประกอบกับความกังวลของตลาดเกี่ยวกับฐานะการคลังของประเทศ ก็เป็นอีกหนึ่งแรงกดดันสำคัญที่ทำให้เงินเยนเสียเปรียบและอ่อนค่าลงเรื่อยๆ

จับตาท่าทีรัฐบาลญี่ปุ่นและแนวโน้มในอนาคต ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว ตลาดการเงินต่างจับตามองอย่างใกล้ชิดว่ารัฐบาลญี่ปุ่นอาจเข้ามา “แทรกแซงค่าเงิน” อีกครั้ง หลังจากที่เคยสร้างประวัติศาสตร์เข้าแทรกแซงครั้งใหญ่มาแล้วในเดือนเมษายนและพฤษภาคมที่ผ่านมา เมื่อตอนที่ค่าเงินทะลุ 160 เยนต่อดอลลาร์ 

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันทางการญี่ปุ่นได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์จากการส่งสัญญาณข่มขู่เรื่องการแทรกแซง มาใช้วิธีสร้างความไม่แน่นอนให้กับตลาดแทน เพื่อป้องปรามและทำให้นักลงทุนเกิดความระมัดระวังตัวว่าอาจมีการดำเนินการเข้าแทรกแซงได้ทุกเมื่อ

ด้านทีมวิเคราะห์จากธนาคาร HSBC ประเมินว่าทางการญี่ปุ่นมีโอกาสเข้าแทรกแซงค่าเงินอีกครั้งในเร็วๆ นี้ แต่ก็เตือนว่าการแทรกแซงเพียงอย่างเดียวจะไม่สามารถส่งผลในระยะยาวได้ เว้นเสียแต่ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเชิงรุกหลายครั้ง หรือธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะกลับมามีแนวโน้มปรับลดดอกเบี้ยลง 

โดยทาง HSBC คาดการณ์ว่า ในระยะนี้เงินดอลลาร์จะเคลื่อนไหวในกรอบใหม่ที่สูงขึ้น โดยจะแกว่งตัวอยู่ในช่วง 160-165 เยนต่อดอลลาร์ เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์ยังคงได้เปรียบจากอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของญี่ปุ่นที่ปัจจุบันยังคงติดลบ

ทั้งนี้ ผลกระทบจากดอลลาร์ที่แข็งค่าไม่ได้กดดันเพียงแค่เงินเยนเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้สกุลเงินหลักอื่นๆ อ่อนค่าลงอย่างถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็น “ค่าเงินยูโร” ที่อ่อนค่าจนหลุดระดับ 1.14 ดอลลาร์ชั่วคราว เงินปอนด์สเตอร์ลิงที่ร่วงหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันลงมาอยู่ที่ 1.3385 ดอลลาร์ หรือดอลลาร์ออสเตรเลียที่หลุดระดับ 0.70 ดอลลาร์เช่นกัน นับเป็นภาวะความผันผวนของระบบเศรษฐกิจระดับโลกที่นักลงทุนยังคงต้องติดตามปัจจัยรอบด้านอย่างระมัดระวัง

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์  เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25  เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital