วิกฤตซ้อนวิกฤต: สศก. จับตาปัจจัยเสี่ยงทุบจีดีพีเกษตรปี 2569

/
/
/
วิกฤตซ้อนวิกฤต: สศก. จับตาปัจจัยเสี่ยงทุบจีดีพีเกษตรปี 2569

วิกฤตซ้อนวิกฤต: สศก. จับตาปัจจัยเสี่ยงทุบจีดีพีเกษตรปี 2569

วิกฤตซ้อนวิกฤต: สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เตรียมทบทวนเป้าหมายการขยายตัวของ “จีดีพีภาคเกษตร” ในปี 2569 ใหม่ จากเดิมที่คาดการณ์ว่าจะขยายตัวได้ร้อยละ 2-3 เนื่องจากต้องเผชิญกับปัจจัยลบที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกัน ทั้งความยืดเยื้อของสงครามในตะวันออกกลางและปรากฏการณ์เอลนีโญที่ส่งผลให้เกิดภัยแล้งรุนแรง

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการ สศก. ระบุว่า สงครามตะวันออกกลางที่เริ่มปะทุในช่วงต้นปี 2569 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตของเกษตรกร โดยเฉพาะราคาน้ำมันและปุ๋ยเคมีที่พุ่งสูงขึ้น รวมถึงความเสี่ยงในการขาดแคลนปัจจัยการผลิตในช่วงฤดูทำนาปี 

ขณะเดียวกัน ปรากฏการณ์เอลนีโญ คาดว่าจะทวีความรุนแรงขึ้นตั้งแต่กลางปี 2569 เป็นต้นไป แม้ว่าในช่วงต้นปีไทยจะมีน้ำต้นทุนสะสมจากปีก่อนหน้าที่เพียงพอ แต่ความร้อนแล้งที่ยาวนานจะส่งผลกระทบต่อผลผลิตในระยะยาวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นอกจากปัจจัยทางธรรมชาติและสงครามแล้ว ภาคเกษตรไทยยังต้องเผชิญกับ เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว โดยเฉพาะในประเทศคู่ค้าหลักอย่างจีน ญี่ปุ่น และกลุ่มยูโรโซน ประกอบกับมาตรการกีดกันทางการค้าที่เข้มงวดขึ้น เช่น กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยของยุโรป และการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าเกษตรที่เข้มข้นของจีน ซึ่งกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันและการส่งออกสินค้าหลักอย่างข้าว ปลาทูน่า ยางพารา และไก่เนื้อ

สำหรับทิศทางรายสินค้าในกลุ่มพืช แม้ภาพรวมการผลิตพืชบางชนิด เช่น ข้าวนาปี ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และอ้อย จะมีแนวโน้มขยายตัวจากปริมาณน้ำฝนในช่วงต้นปีและการสนับสนุนของภาครัฐ แต่ในด้านราคากลับมีความน่ากังวล โดยเฉพาะราคาข้าวที่มีแนวโน้มลดลงเนื่องจากอุปทานในตลาดโลกเพิ่มขึ้นจากการกลับมาส่งออกของอินเดีย 

อย่างไรก็ตาม พืชที่ยังมีแนวโน้มดีทั้งด้านราคาและผลผลิตคือ กลุ่มผลไม้ (ทุเรียน มังคุด เงาะ) และ ปาล์มน้ำมัน เนื่องจากมีความต้องการสูงทั้งจากในและต่างประเทศเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและพลังงานชีวภาพ

ในส่วนของ สาขาปศุสัตว์ คาดว่ายังขยายตัวได้ร้อยละ 1-2 โดยไก่เนื้อและสุกรมีแนวโน้มราคาดีขึ้นจากมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาและการจัดการฟาร์มที่ได้มาตรฐาน ขณะที่ สาขาประมง คาดว่าจะขยายตัวเพียงเล็กน้อยร้อยละ 0.3-1.3 เนื่องจากต้องรับภาระต้นทุนด้านพลังงานที่ผันผวนตามสถานการณ์สงคราม ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการออกเรือประมงและการเลี้ยงกุ้งขาวแวนไม

ภาคเกษตรไทยปี 2569 ตกอยู่ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน การปรับตัวของเกษตรกรและการเฝ้าระวังของภาครัฐจึงเป็นสิ่งสำคัญในการรับมือกับความผันผวนของต้นทุนและตลาดโลก เพื่อรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจฐานรากให้เดินหน้าต่อไปได้

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital

บทความที่เกี่ยวข้อง

รายการอื่นๆ

ถกไม่เถียง, คิดฝัน, เงินทองของจริง

บ้านหลังแรก สร้างใหม่หรือมือสอง แบบไหนคุ้มค่ากว่ากัน ?

บ้านหลังแรกการมีบ้านหลังแรกเป็นเป้าหมายชีวิตที่หลายคนใฝ่ฝัน แต่เส้นทางสู่การเป็นเจ้าของบ้านนั้นมีให้เลือกหลายแบบ ทั้งการสร้างบ้านเอง การซื้อบ้านมือหนึ่งจากโครงการ...

วางแผนซื้อบ้าน ต้องเช็กกำลังผ่อนก่อนแบกหนี้ระยะยาว !

วางแผนซื้อบ้าน: การมีบ้านเป็นของตัวเองคือความฝันของใครหลายคน แต่สิ่งที่คนมักมองข้ามคือ การซื้อบ้านไม่ได้จบลงในวันที่ธนาคารอนุมัติสินเชื่อ...

โรคมือเท้าปาก และ RSV ในเด็ก : สังเกตอาการและรับมืออย่างถูกวิธี

ในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว วัยเด็กเล็กที่ภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ มักเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยได้ง่าย โรคยอดฮิตที่คุณพ่อคุณแม่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ...