Pet Humanization: อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ จากเดิมที่เป็นเพียงธุรกิจพลอยได้ (By-product) จากการแปรรูปเนื้อสัตว์ แต่ปัจจุบันได้ยกระดับกลายเป็น “New Growth Engine” หรือเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวใหม่ที่ทรงพลัง
โดยมีปรากฏการณ์ “Pet Humanization” หรือการเลี้ยงสัตว์เสมือนสมาชิกในครอบครัวเป็นแรงผลักดันหลัก ส่งผลให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็น ผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก รองจากเยอรมนีและสหรัฐอเมริกา ด้วยมูลค่าการส่งออกสูงถึงกว่า 100,000 ล้านบาทต่อปี
ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดคือการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุค “Premiumization” ซึ่งเจ้าของสัตว์เลี้ยงยินดีจัดสรรงบประมาณจำนวนมากเพื่อแลกกับโภชนาการที่ดีที่สุด ในตลาดในประเทศพบว่า อาหารแมว เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเนื่องจากวิถีชีวิตคนเมืองที่นิยมเลี้ยงในพื้นที่จำกัด
นอกจากนี้ สินค้ากลุ่มโฮลิสติก (Holistic) และอาหารฟังก์ชันนอลที่มุ่งเน้นการบำรุงสุขภาพเฉพาะทาง เช่น อาหารโซเดียมต่ำ หรืออาหารบำรุงขนและข้อต่อ กำลังเติบโตแซงหน้าอาหารเกรดธรรมดาอย่างชัดเจน
กลุ่มทุนเกษตรอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ของไทยต่างปรับทัพเพื่อชิงส่วนแบ่งในสมรภูมินี้:
1. ไทยยูเนี่ยน (TU): ส่งบริษัทไอ-เทล (ITC) เป็นเรือธง โดยใช้ความได้เปรียบจากการเป็นผู้นำตลาดทูน่าโลกมาผลิตอาหารเปียกและขนมสัตว์เลี้ยงเกรดพรีเมียม
2. ซีพีเอฟ (CPF): อาศัยห่วงโซ่อุปทานปศุสัตว์ที่ครบวงจร มุ่งเน้นนวัตกรรม “เวชศาสตร์อาหารเฉพาะทาง” (Functional & Medical Pet Food) เพื่อสร้างความแตกต่างและหลีกเลี่ยงสงครามราคา
3. เบทาโกร (BTG): ผู้ท้าชิงรายล่าสุดที่ยกให้ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงเป็นแกนหลักในการสร้างการเติบโตใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาเนื้อสัตว์เศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญที่ผู้ประกอบการไทยต้องเผชิญคือ “กำแพงการค้าสีเขียว” จากตลาดหลักอย่างยุโรปและสหรัฐอเมริกา ซึ่งเข้มงวดเรื่องมาตรฐานสิ่งแวดล้อม ความยั่งยืน และระบบการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) เช่น มาตรการ EUDR และ CBAM การแข่งขันในอนาคตจึงไม่ได้วัดกันที่ต้นทุนการผลิต แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการเปลี่ยนผ่านสู่ “โรงงานสีเขียว” และการพิสูจน์ผลลัพธ์ทางวิทยาศาสตร์ของผลิตภัณฑ์
ในระยะยาว ประเทศไทยจำเป็นต้องยกระดับจากการเป็นเพียงผู้รับจ้างผลิต (OEM) ไปสู่การเป็น ผู้สร้างแบรนด์นวัตกรรมพรีเมียม ของตนเอง หากสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดด้านความยั่งยืนได้ อุตสาหกรรมนี้จะไม่เพียงสร้างรายได้จากคนรักสัตว์เท่านั้น แต่จะเป็นเสาหลักเศรษฐกิจที่สร้างความมั่งคั่งและยั่งยืนให้แก่ภาคเกษตรอุตสาหกรรมไทยในเวทีโลกอย่างแท้จริง
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






