ไทยลุ้นขึ้นแท่น “บ้านหลังที่สองของโลก”: ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบัน ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนและเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ชาวต่างชาติไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่เคยมุ่งเน้นการซื้อเพื่อการลงทุนและเก็งกำไรเป็นหลัก
ปัจจุบันชาวต่างชาติหันมาให้ความสำคัญกับการกระจายความเสี่ยงของสินทรัพย์ (Wealth Diversification) และมองหา “ความมั่นคงของชีวิต” มากขึ้น ทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นมาเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ในฐานะ “บ้านหลังที่สอง” (Second Home) และสถานที่สำหรับการใช้ชีวิตในระยะยาว
หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนคือ การขยายและกระจายตัวของฐานผู้ซื้อ แม้ว่าชาวจีนจะยังคงเป็นกลุ่มลูกค้าหลัก แต่ปัจจุบันมีแนวโน้มการตัดสินใจที่ช้าลงและระมัดระวังมากขึ้นจากข้อจำกัดในประเทศ ส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยต้องลดการพึ่งพาตลาดเดียว
และเปิดรับกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่มีกำลังซื้อสูง ได้แก่ อินเดียที่มักซื้อเพื่อรองรับครอบครัวขนาดใหญ่, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ที่มองหาจุดหมายด้านสุขภาพและการศึกษา, เวียดนามที่มีกลุ่มชนชั้นกลางขยายตัว และรัสเซียที่ชื่นชอบเมืองท่องเที่ยวเพื่อเป็นบ้านพักตากอากาศ
นอกจากนี้ เกณฑ์การเลือกทำเลที่อยู่อาศัยยังเปลี่ยนไปสู่แนวคิด “Lifestyle-Led Location” หรือการเลือกทำเลตามไลฟ์สไตล์ แม้กรุงเทพฯ จะยังคงเป็นศูนย์กลางสำหรับผู้บริหารในย่านธุรกิจ (CBD) แต่เมืองท่องเที่ยวอย่าง “ภูเก็ต” กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดในฐานะ Luxury Lifestyle Destination
สำหรับนักลงทุนและกลุ่ม Digital Nomads จนผู้ประกอบการหลายรายต้องเร่งขยายการลงทุนเพื่อรับดีมานด์ ส่วนทำเลอื่นๆ อย่างพัทยา หัวหิน เชียงใหม่ และสมุย ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้เกษียณอายุและผู้ที่ต้องการคุณภาพชีวิต โดยรูปแบบที่อยู่อาศัยที่กำลังมาแรงในกลุ่มผู้ซื้อระดับบนคือโครงการประเภท Branded Residence และโครงการที่ตอบโจทย์ด้านสุขภาพ (Wellness)
อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยไม่ได้แข่งขันอยู่เพียงลำพังในตลาดโลก แต่ต้องเผชิญกับคู่แข่งในภูมิภาคอย่าง มาเลเซีย เวียดนาม บาหลี และสิงคโปร์ การแข่งขันในยุคนี้จึงไม่ใช่เรื่องของราคาขาย แต่เป็นการแข่งขันด้าน “ระบบนิเวศของการอยู่อาศัย” (Living Ecosystem) ซึ่งรวมถึงนโยบายการพำนัก โครงสร้างพื้นฐาน และมาตรฐานระบบสาธารณสุข
ในภาวะที่กำลังซื้อภายในประเทศยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ตลาดผู้ซื้อชาวต่างชาติจึงเปรียบเสมือน “เครื่องยนต์ใหม่” ที่สำคัญในการขับเคลื่อนภาคอสังหาริมทรัพย์ของไทย หากไทยสามารถยกระดับมาตรฐานต่างๆ ได้สำเร็จ ประเทศไทยก็จะไม่เป็นเพียงแค่เมืองท่องเที่ยวอีกต่อไป แต่จะก้าวสู่การเป็น “Second Home Destination” หรือฐานชีวิตแห่งใหม่ของผู้คนจากทั่วโลกอย่างแท้จริง
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






