ไทยปิดด่าน กัมพูชาเจ็บหนัก การค้าหด 40% นักท่องเที่ยวหาย 70%

/
/
/
ไทยปิดด่าน กัมพูชาเจ็บหนัก การค้าหด 40% นักท่องเที่ยวหาย 70%

ไทยปิดด่าน กัมพูชาเจ็บหนัก: นับเป็นเวลาหนึ่งปีเต็มที่ ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ปะทุขึ้นจนนำไปสู่มาตรการปิดด่านพรมแดนของทั้งสองประเทศ เหตุการณ์นี้ไม่ได้จำกัดวงอยู่แค่ปัญหาความมั่นคงระดับชาติ แต่กำลังสร้าง บาดแผลลึกทางเศรษฐกิจและทำลายวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนชาวกัมพูชา อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งในภาคการค้า การท่องเที่ยว และการจ้างงาน

ตัวชี้วัดที่สะท้อนให้เห็นถึงความบอบช้ำทางเศรษฐกิจคือตัวเลขการค้าระหว่างประเทศ ข้อมูลจากรัฐบาลกัมพูชาเปิดเผยว่า มูลค่าการค้าไทย-กัมพูชาในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ทรุดตัวลงถึง 40% โดยมีมูลค่าเหลือเพียง 1.3 พันล้านดอลลาร์เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า 

นอกจากนี้ การปิดด่านยังทำให้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านด่านทางบกในช่วง 5 เดือนแรกของปีลดลงอย่างน่าตกใจถึง 70% ซึ่งส่งผลกระทบลูกโซ่อย่างหนักไปถึงธุรกิจขนส่ง โรงแรม คาสิโน และร้านค้าในท้องถิ่น สถานการณ์ยังถูกซ้ำเติมเมื่อมีการกวาดล้างธุรกิจพนันออนไลน์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใน เมืองปอยเปต ส่งผลให้สภาพเมืองที่เคยคึกคักแทบกลายเป็นเมืองร้าง

ในแง่ของสงครามการค้า กัมพูชาได้ตอบโต้ด้วยการห้ามนำเข้าน้ำมัน ก๊าซ ผัก และผลไม้จากไทย รวมถึงมีการรณรงค์คว่ำบาตรสินค้าไทยอย่างหนัก ผลที่ตามมาคือ แบรนด์ไทยอย่าง ปตท. และ Café Amazon มียอดขายในกัมพูชาลดลงถึง 72%ในช่วงไตรมาสแรกของปี และปั๊มน้ำมันหลายแห่งถูกเปลี่ยนชื่อเป็นแบรนด์ท้องถิ่น ขณะที่ธุรกิจบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป “มาม่า” 

ซึ่งมีมูลค่าตลาดระดับพันล้านบาทก็ยอมรับว่าได้รับผลกระทบพอสมควร ท้ายที่สุด ธุรกิจแฟรนไชส์ขนาดใหญ่อย่าง The Pizza Company และ Major Cineplex ถึงขั้นตัดสินใจถอนตัวออกจากตลาดกัมพูชา ในปีนี้รองศาสตราจารย์ โสภัล เอียร์ จากมหาวิทยาลัยรัฐแอริโซนา ชี้ให้เห็นว่า ผู้ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดไม่ใช่กลุ่มทุนขนาดใหญ่ แต่เป็นพ่อค้ารายย่อยและแรงงานตามแนวชายแดน 

ซึ่งมีเงินออมน้อยและต้องพึ่งพาการค้าข้ามแดน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ อดีตผู้ให้บริการทำเอกสารแรงงานในปอยเปตที่ เคยมีรายได้เดือนละ 30,000 บาท กลับต้องตกงานและหันมาขับรถตุ๊กตุ๊กที่ทำเงินได้เพียงวันละ 170 บาท

การสูญเสียรายได้ลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นถึงชะตากรรมของชาวกัมพูชาจำนวนมาก ซึ่งสอดคล้องกับการยอมรับของรัฐมนตรีกระทรวงข้อมูลข่าวสารกัมพูชาที่ระบุว่า การปิดชายแดนทำให้ต้นทุนโลจิสติกส์พุ่งสูงและสร้างความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง

จากวิกฤตการณ์ทั้งหมดนี้ ธนาคารโลก (World Bank) จึงได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของจีดีพีกัมพูชาในปี 2569 ลงจาก 4.3% เหลือ 3.9% ขณะที่ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับลดลงเหลือเพียง 3% ซึ่งสวนทางกับเศรษฐกิจไทยที่ IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์จีดีพีขึ้นเป็น 1.9%

สำหรับชาวกัมพูชาแล้ว การรอคอยให้รัฐบาลเปิดชายแดนอีกครั้งจึงไม่ได้หมายถึงแค่การฟื้นฟูการค้า แต่คือ ความหวังในการกลับมาหารายได้เพื่อประทังชีวิตในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงครอบครัวของผู้คนตามแนวชายแดน

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์  เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25  เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital