ลดค่าเดินทาง-เพิ่มโอกาสเศรษฐกิจ: นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เปิดเผยถึงทิศทางการพัฒนาระบบคมนาคมของประเทศไทย โดยเตรียมขับเคลื่อนแผนงานโครงการสำคัญในปี 2570 รวมทั้งสิ้น 262 โครงการ
ซึ่งคิดเป็นวงเงินลงทุนสูงถึง 229,769 ล้านบาท แผนแม่บทนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อการปรับโครงสร้างการเดินทางและการขนส่งของประเทศ โดยมุ่งเน้นการใช้ระบบรางเป็นแกนหลักที่จะเชื่อมต่อกับการคมนาคมรูปแบบอื่น ทั้งโครงข่ายถนน รถโดยสาร ท่าเรือ และสนามบินอย่างสมบูรณ์แบบ
การพัฒนาดังกล่าวจะถูกกระจายไปยังทุกพื้นที่ ทั้งเมืองหลัก เมืองรอง พื้นที่เศรษฐกิจชายแดน และแหล่งท่องเที่ยวในทุกภูมิภาค เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
เพื่อเป็นการลดภาระด้านงบประมาณของภาครัฐ กระทรวงคมนาคมมีนโยบายสนับสนุนให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุน (PPP) ในเมกะโปรเจกต์หลายโครงการ โครงการที่สำคัญ ได้แก่ โครงการมอเตอร์เวย์ M5 ส่วนต่อขยายโทลล์เวย์ ช่วงรังสิต-บางปะอิน มูลค่า 31,358 ล้านบาท
ซึ่งคาดว่าจะสามารถลงนามในสัญญาร่วมลงทุนได้ภายในช่วงกลางปี 2570 นอกจากนี้ ยังมีโครงการมอเตอร์เวย์ M9 ทางยกระดับบางขุนเทียน-บางบัวทอง มูลค่า 56,035 ล้านบาท ซึ่งมีแผนจะเร่งก่อสร้างเพื่อให้พร้อมเปิดให้บริการในปี 2575 รวมไปถึงการเร่งรัดโครงการใหม่อีกหลายแห่ง เช่น วงแหวนกรุงเทพมหานครรอบที่ 3 ด้านตะวันออก ทางพิเศษจังหวัดภูเก็ตช่วงกะทู้-ป่าตอง ถนนวงแหวนรอบเมืองหาดใหญ่ และสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา
ในส่วนของระบบราง กระทรวงฯ ได้เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อเปิดประกวดราคาโครงการพัฒนารถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ในเส้นทางสายใต้ โครงการเหล่านี้ประกอบด้วย ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี ช่วงสุราษฎร์ธานี-สงขลา และช่วงหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์
โดยมีเป้าหมายที่จะทยอยก่อสร้างและเปิดให้บริการในช่วงปี 2573 ถึง 2575 ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีแผนขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) ของภูมิภาค ด้วยการเพิ่มศักยภาพของท่าอากาศยานหลัก โดยเตรียมเสนอแผนแม่บทท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพื่อรองรับผู้โดยสาร 120 ล้านคนต่อปี และโครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 ที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้รองรับผู้โดยสารได้ถึง 40 ล้านคนต่อปี
อีกหนึ่งนโยบายสำคัญที่มุ่งช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนคือ “นโยบายตั๋วร่วมรถไฟฟ้า” กระทรวงคมนาคมตั้งเป้าหมายว่าภายในวันที่ 1 มกราคม 2570 ประชาชนจะสามารถใช้บริการรถไฟฟ้าเชื่อมต่อกันได้ทุกสายทุกสี ในอัตราค่าโดยสาร 17 ถึง 45 บาทต่อเที่ยว โดยจะชำระค่าแรกเข้าเพียงครั้งเดียว นอกจากนี้ ยังเตรียมการขยายระบบตั๋วร่วมนี้ให้ครอบคลุมไปถึงการเดินทางด้วยรถเมล์
ซึ่งคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ภายในช่วงกลางปี 2570 แผนการลงทุนและการจัดการทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน เพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้กับประชาชน และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศในอนาคต
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






