ลดของเสียเพิ่มคุณค่า ไทยวางรากฐานระบบอาหารยั่งยืนบนเวทีโลก

/
/
/
ลดของเสียเพิ่มคุณค่า ไทยวางรากฐานระบบอาหารยั่งยืนบนเวทีโลก

ลดของเสียเพิ่มคุณค่า ไทยวางรากฐานระบบอาหารยั่งยืนบนเวทีโลก

ลดของเสียเพิ่มคุณค่า: ในยุคปัจจุบัน ทั่วโลกต่างต้องเผชิญกับแรงกดดันและความท้าทายจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ข้อจำกัดด้านทรัพยากรธรรมชาติ ความผันผวนทางการค้า รวมถึงความคาดหวังของผู้บริโภคที่มีมาตรฐานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ประเด็น “ความปลอดภัยทางอาหาร” ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่เรื่องของสาธารณสุขอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นรากฐานที่สำคัญยิ่งต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ความมั่นคงทางอาหาร และความมั่นคงทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

ด้วยเหตุนี้ นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้เป็นตัวแทนประเทศไทยกล่าวสุนทรพจน์เพื่อแสดงวิสัยทัศน์บนเวที Asia Food Safety Forum 2026 ภายใต้หัวข้อ “Digitalization, Innovation and Circularity” เพื่อผลักดันยุทธศาสตร์การยกระดับอาหารไทยสู่มาตรฐานระดับโลก

ยุทธศาสตร์ดังกล่าวถูกขับเคลื่อนผ่าน 3 นวัตกรรมและแนวคิดหลัก ได้แก่

ประการแรก การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digitalization) ซึ่งกำลังเข้ามาพลิกโฉมวิธีการบริหารจัดการระบบความปลอดภัยของอาหารอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ เช่น เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) 

ที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับ ทำให้สามารถตอบสนองต่อความเสี่ยงได้รวดเร็วขึ้น ตลอดจนสามารถคาดการณ์และป้องกันปัญหาได้ล่วงหน้า

นอกจากนี้ ยังมีการบูรณาการเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) เข้ามาช่วยในการติดตามระบบแบบเรียลไทม์ ซึ่งเครื่องมือดิจิทัลเหล่านี้ล้วนช่วยยกระดับความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และประสิทธิภาพตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ไปพร้อมกับการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อยกระดับกระบวนการรับรองมาตรฐานบนฐานข้อมูล

ประการที่สอง การพัฒนานวัตกรรม (Innovation) ซึ่งในบริบทนี้ครอบคลุมความหมายกว้าง ทั้งมิติด้านเทคโนโลยี สถาบัน นโยบาย และสังคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างกรอบการกำกับดูแลที่เข้มแข็ง เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรรายย่อยและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) 

ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญของระบบเกษตรสามารถเข้าถึงทรัพยากรได้อย่างทั่วถึง การจะบรรลุเป้าหมายนี้ได้ ภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคเอกชน ต้องร่วมมือกันพัฒนาแนวทางที่เป็นรูปธรรมบนฐานทางวิทยาศาสตร์ 

ควบคู่ไปกับการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ เพื่อเตรียมความพร้อมของแรงงานให้มีทักษะในการปรับตัวรับมือกับระบบอาหารที่มีความซับซ้อนและเป็นระบบดิจิทัลมากขึ้น

ประการที่สาม แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circularity) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความยั่งยืนควบคู่ไปกับความปลอดภัยของอาหาร แนวทางนี้ให้ความสำคัญกับการลดปริมาณของเสีย การนำทรัพยากรกลับมาหมุนเวียนใช้ใหม่ และการออกแบบระบบการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อช่วยลดผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อม

ในก้าวต่อไป ประเทศไทยมุ่งมั่นที่จะบูรณาการความร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วน ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าระบบอาหารจะได้รับการพัฒนาบนฐานความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเป็นไปในทิศทางที่มองไปข้างหน้า 

การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลจะต้องช่วยลดความเหลื่อมล้ำและช่องว่างทางสังคม นวัตกรรมจะต้องเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้จริง และแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนต้องสามารถนำไปปฏิบัติพร้อมทั้งขยายผลได้ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายสูงสุด นั่นคือการสร้างระบบอาหารแห่งอนาคตที่มีความยืดหยุ่น ปลอดภัย และยั่งยืน ตอบโจทย์ทั้งสำหรับคนรุ่นปัจจุบันและคนรุ่นหลังสืบไป

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital

บทความที่เกี่ยวข้อง

รายการอื่นๆ

ถกไม่เถียง, คิดฝัน, เงินทองของจริง

บ้านหลังแรก สร้างใหม่หรือมือสอง แบบไหนคุ้มค่ากว่ากัน ?

บ้านหลังแรกการมีบ้านหลังแรกเป็นเป้าหมายชีวิตที่หลายคนใฝ่ฝัน แต่เส้นทางสู่การเป็นเจ้าของบ้านนั้นมีให้เลือกหลายแบบ ทั้งการสร้างบ้านเอง การซื้อบ้านมือหนึ่งจากโครงการ...

วางแผนซื้อบ้าน ต้องเช็กกำลังผ่อนก่อนแบกหนี้ระยะยาว !

วางแผนซื้อบ้าน: การมีบ้านเป็นของตัวเองคือความฝันของใครหลายคน แต่สิ่งที่คนมักมองข้ามคือ การซื้อบ้านไม่ได้จบลงในวันที่ธนาคารอนุมัติสินเชื่อ...

โรคมือเท้าปาก และ RSV ในเด็ก : สังเกตอาการและรับมืออย่างถูกวิธี

ในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว วัยเด็กเล็กที่ภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ มักเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยได้ง่าย โรคยอดฮิตที่คุณพ่อคุณแม่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ...