ภาษี ม.301 สหรัฐฯ ยังไม่ใช่วิกฤต หอการค้าไทยแนะเร่งปรับตัว

/
/
/
ภาษี ม.301 สหรัฐฯ ยังไม่ใช่วิกฤต หอการค้าไทยแนะเร่งปรับตัว

ภาษี ม.301: จากกรณีที่ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ประกาศบังคับใช้อัตราภาษีภายใต้มาตรา 301 กับประเทศคู่ค้าต่างๆ กว่า 60 ประเทศทั่วโลก ซึ่งรวมถึงประเทศไทยที่ถูกเรียกเก็บภาษีในอัตรา 12.5% นั้น ทางด้าน ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้ออกมาประเมินสถานการณ์ดังกล่าว โดยระบุอย่างชัดเจนว่า มาตรการทางภาษีในระดับนี้จะยังไม่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจและผู้ส่งออกไทยอย่างมีนัยสำคัญ 

ทั้งนี้เป็นเพราะประเทศคู่แข่งทางการค้าส่วนใหญ่ของไทยในตลาดสหรัฐฯ ก็ล้วนได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นภาษีในอัตราที่ใกล้เคียงกัน ส่งผลให้ภาพรวมของการแข่งขันยังคงอยู่บนเงื่อนไขที่ไม่แตกต่างกันมากนัก แม้ว่าบางประเทศอาจถูกเก็บภาษีในอัตราที่ต่ำกว่าเล็กน้อย เช่น 10% 

ซึ่งอาจทำให้มีความได้เปรียบบ้าง แต่ส่วนต่างของอัตราภาษีนั้นไม่ได้กว้างเหมือนกับมาตรการในรอบที่ผ่านมา จึงยังไม่ใช่ปัจจัยที่น่ากังวลจนเกินไป

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ภาคธุรกิจไทยต้องให้ความระมัดระวังคือ ประเด็นหลักที่สหรัฐฯ มุ่งเน้นในการพิจารณามาตรการครั้งนี้ ซึ่งได้แก่ ปัญหาแรงงานบังคับ (Forced Labor) และปัญหากำลังการผลิตส่วนเกิน (Excess Capacity) ในมิติของด้านแรงงานนั้น ภาคเอกชนไทยมีความมั่นใจและยืนยันว่าประเทศไทยไม่ได้มีปัญหาแรงงานบังคับในเชิงระบบมาเป็นเวลานานแล้ว 

แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการคือ การผลักดันกฎหมายและมาตรการด้านแรงงานที่เกี่ยวข้องให้มีผลบังคับใช้อย่างจริงจังและชัดเจน การดำเนินการดังกล่าวจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศคู่ค้า และยกระดับมาตรฐานของประเทศให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ซึ่งจะปูทางให้ไทยสามารถแข่งขันได้อย่างทัดเทียมกับประเทศอื่นๆ ที่อาจได้รับการยกเว้นภาษีในอนาคต

ในส่วนของประเด็นเรื่องกำลังการผลิตส่วนเกิน หรือ Excess Capacity Products นั้น ขณะนี้ทางการสหรัฐฯ ยังอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติม ซึ่งคาดการณ์ว่าอาจส่งผลกระทบต่อสินค้าส่งออกบางกลุ่มของไทยในระยะต่อไป ดังนั้น ประเทศไทยจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งหาข้อสรุปในความตกลงต่างตอบแทน (Agreement on Reciprocal Trade – ART) เพื่อเป็นการปรับสมดุลทางการค้ากับสหรัฐฯ ตามแผนที่ได้เตรียมการไว้ล่วงหน้า

เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและรับมือกับความท้าทายนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดในเวลานี้คือ ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อร่วมกันเตรียมข้อมูลและกำหนดท่าทีที่เหมาะสมสำหรับการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อทั้งสองฝ่าย ปัจจุบัน ทางหอการค้าไทยได้แสดงความพร้อมในการเป็นตัวแทนภาคเอกชน 

โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยในการรวบรวมข้อมูล จัดทำบทสรุป และสำรวจผลกระทบจากผู้ประกอบการ เพื่อนำเสนอเป็นข้อมูลสนับสนุนให้แก่กระทรวงพาณิชย์นำไปใช้ประกอบการเจรจาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การดำเนินการนี้มีขึ้นเพื่อสร้างสมดุลระหว่างการรักษาผลประโยชน์ของชาติและการสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน

ท้ายที่สุดนี้ ดร.พจน์ ได้ให้ข้อเสนอแนะที่สำคัญว่า ประเทศไทยควรใช้จังหวะเวลานี้พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ด้วยการเร่งเดินหน้ายกระดับมาตรฐานด้านแรงงานอย่างเป็นรูปธรรม สร้างความโปร่งใสและตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) 

ตลอดจนเร่งผลักดันการเจรจาความตกลงทางการค้าใหม่ๆ แนวทางเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะช่วยลดอุปสรรคทางการค้าระหว่างประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลกได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์  เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25  เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital