ทุนจีนทะลักกว้านซื้อที่ดิน EEC: ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยกำลังเผชิญกับกระแสการไหลบ่าของ “ทุนจีน” ที่เข้ามาลงทุนและกว้านซื้อที่ดินอย่างมหาศาล โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) อย่างอำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง และตำบลบ่อวิน จังหวัดชลบุรี ข้อมูลจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)
ชี้ให้เห็นว่า สัดส่วนของนักลงทุนจีนในนิคมอุตสาหกรรมพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากเพียง 6% ในปี 2562 ขยับขึ้นมาเป็น 17.06% ในไตรมาสแรกของปี 2569 ส่งผลให้อัตราพื้นที่ว่างในนิคมอุตสาหกรรมลดลงเหลือเพียง 6.2% และ ดันราคาที่ดินในจังหวัดชลบุรีและระยองให้พุ่งสูงขึ้นถึง 20-30% ภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี
ในด้านบวก การหลั่งไหลเข้ามาของกลุ่มทุนจีนถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่สร้างสถิติใหม่ให้กับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ของไทย โดยในปี 2568 มีโครงการจากจีนยื่นขอรับการส่งเสริมจากบีโอไอ (BOI) ถึง 982 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 172,114 ล้านบาท การลงทุนเหล่านี้มุ่งเน้นไปที่กลุ่มอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์แห่งอนาคต เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) แบตเตอรี่ เซมิคอนดักเตอร์ ดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอุตสาหกรรมเศรษฐกิจสีเขียว (BCG)
ภาครัฐเองก็ได้ออกมาตรการอำนวยความสะดวกอย่าง Thailand FastPass และ Long-Term Resident Visa เพื่อดึงดูดผู้เชี่ยวชาญและเร่งรัดการอนุมัติโครงการ ซึ่งบีโอไอมองว่าการลงทุนเหล่านี้จะช่วยยกระดับเทคโนโลยีและเสริมความแข็งแกร่งให้ฐานการผลิตอุตสาหกรรมไทยในห่วงโซ่อุปทานโลก
อย่างไรก็ตาม เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ การรุกคืบของทุนจีนได้สร้างผลกระทบเชิงลบอย่างรุนแรงต่อผู้ประกอบการท้องถิ่นเช่นกัน ปัญหาที่น่ากังวลที่สุดคือโมเดลธุรกิจ “โรงงานและนิคมอุตสาหกรรมศูนย์เหรียญ” ที่นำเข้าวัสดุก่อสร้าง เครื่องจักร และแรงงานจากจีนทั้งหมด
ส่งผลให้ไม่มีเม็ดเงินหมุนเวียนสู่ผู้ประกอบการไทย (Local Content) เลยแม้แต่บาทเดียว ยิ่งไปกว่านั้น ยังมี ปัญหาการใช้ “นอมินี” อำพรางเพื่อกว้านซื้อที่ดิน ทั้งในและนอกนิคมอุตสาหกรรม ทำให้ราคาที่ดินและค่าเช่าปรับตัวสูงขึ้น 3-10 เท่า จนธุรกิจไทยสู้ต้นทุนไม่ไหวและต้องปิดกิจการลง
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า มีกลุ่มอุตสาหกรรมไทยถึง 22-25 กลุ่ม จาก 46 กลุ่ม ที่กำลังตกอยู่ในภาวะเสี่ยงวิกฤต โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า วัสดุก่อสร้าง และเหล็ก
โดยสรุป ปรากฏการณ์กว้านซื้อที่ดินของทุนจีนในพื้นที่ EEC สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสมหาศาลในการพัฒนาเทคโนโลยีระดับสูงให้กับประเทศ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นความท้าทายครั้งใหญ่ที่รัฐบาลต้องเร่งรับมือ หากไม่มีมาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวดเพื่อสกัดกั้นกลุ่มทุนศูนย์เหรียญและปัญหานอมินี การเติบโตทางเศรษฐกิจที่เห็นอาจต้องแลกมาด้วยการล่มสลายของธุรกิจและผู้ประกอบการท้องถิ่นชาวไทย
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital







