ครม. ไฟเขียวนำเข้า GMOs จุดประกายอนาคตความมั่นคงทางอาหารไทย

/
/
/
ครม. ไฟเขียวนำเข้า GMOs จุดประกายอนาคตความมั่นคงทางอาหารไทย

ครม. ไฟเขียวนำเข้า GMOs: เมื่อไม่นานมานี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติพิจารณาอนุมัติให้สามารถนำเข้าพืชดัดแปลงพันธุกรรม หรือ พืช GMOs (Genetically Modified Organisms) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากเทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่เข้ามาในประเทศไทย

การตัดสินใจดังกล่าวได้นำไปสู่ข้อถกเถียงอย่างกว้างขวางในสังคม ทั้งในมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และความกังวลด้านความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม หากอ้างอิงจากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และการประเมินขององค์กรระดับสากล จะพบว่ามีข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับความปลอดภัยของพืชเหล่านี้

ในประเด็นด้านความปลอดภัยต่อสุขภาพ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกมายืนยันผ่านข้อมูลล่าสุดว่า การใช้พืช GMOs ที่ผ่านการประเมินความปลอดภัยอย่างเข้มงวดตามมาตรฐานสากลของ Codex Alimentarius Commission นั้น มีความปลอดภัยต่อการบริโภคอย่างแน่นอน 

ยิ่งไปกว่านั้น องค์กรวิทยาศาสตร์และหน่วยงานกำกับดูแลระดับโลก เช่น European Food Safety Authority (EFSA) และ National Academies of Sciences, Engineering, and Medicine ของสหรัฐอเมริกา ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใดๆ ที่แสดงให้เห็นว่าพืชดัดแปลงพันธุกรรมที่ผ่านการรับรองแล้ว 

จะก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพมนุษย์หรือสิ่งแวดล้อมแตกต่างไปจากพืชที่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์ด้วยวิธีดั้งเดิมตามธรรมชาติ ทั้งนี้ หน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกยังคงติดตามและทบทวนข้อมูลความเสี่ยงอย่างต่อเนื่องเพื่อความมั่นใจสูงสุด

อย่างไรก็ตาม การพิจารณานโยบายเรื่องพืช GMOs ควรแยกแยะประเด็นความปลอดภัยในการบริโภคออกจากการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน การนำเข้าพืช GMOs เพื่อนำมาใช้เป็นวัตถุดิบอาหารและอาหารสัตว์

มีกระบวนการกำกับดูแลที่แตกต่างจากการอนุญาตให้เพาะปลูกเชิงพาณิชย์ภายในประเทศ อาหารที่นำเข้าจะต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยตามกฎหมาย เช่น ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 431 พ.ศ. 2565 อย่างเข้มงวด 

ในขณะที่การอนุญาตให้ปลูกในประเทศนั้นมีความเกี่ยวข้องกับการจัดการสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ และการควบคุมการแพร่กระจายของสารพันธุกรรม ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่มีความซับซ้อนแตกต่างออกไป

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นทางเศรษฐกิจที่หลายฝ่ายกังวลว่า การนำเข้าถั่วเหลือง GMOs อาจเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้พื้นที่เพาะปลูกถั่วเหลืองในประเทศไทยลดน้อยลง แต่ในความเป็นจริงแล้ว 

การเปลี่ยนแปลงของพื้นที่เพาะปลูกเป็นปัญหาที่มีความซับซ้อนและมาจากหลายปัจจัยประกอบกัน ปัจจัยหลักคือข้อจำกัดทางสภาพภูมิอากาศ เนื่องจากถั่วเหลืองเป็นพืชที่อ่อนไหวต่ออุณหภูมิ ช่วงแสง และความชื้น โดยผลผลิตจะลดลงอย่างมากหากอุณหภูมิสูงกว่า 35 องศาเซลเซียส หรือต่ำกว่า 18 องศาเซลเซียส 

อีกทั้งเกษตรกรไทยส่วนใหญ่มักปลูกถั่วเหลืองเป็นพืชรองหลังฤดูฝน ทำให้มีความเสี่ยงด้านผลผลิตมากกว่าประเทศผู้ส่งออกที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะสมกว่า รวมไปถึงปัญหาต้นทุนการผลิตที่สูง ผลตอบแทนต่ำ และคุณภาพเมล็ดพันธุ์ที่ไม่สม่ำเสมอ การลดลงของพื้นที่เพาะปลูกจึงไม่ใช่ผลพวงจากการนำเข้า GMOs เพียงปัจจัยเดียว

สรุปได้ว่า การอภิปรายและกำหนดนโยบายเกี่ยวกับพืช GMOs ควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ครบถ้วน การแยกประเด็นด้านความปลอดภัยในการบริโภคออกจากข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อมและปัญหาเศรษฐกิจการเกษตร จะช่วยให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง และทำให้ประเทศไทยสามารถตัดสินใจได้อย่างสมดุล เหมาะสมกับบริบทของประเทศ และตอบโจทย์การสร้างความมั่นคงทางอาหารได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital