ญี่ปุ่นเร่งพัฒนา แนฟทาจากไฮโดรเจน ลดพึ่งน้ำมัน เพิ่มความมั่นคงพลังงาน

/
/
/
ญี่ปุ่นเร่งพัฒนา แนฟทาจากไฮโดรเจน ลดพึ่งน้ำมัน เพิ่มความมั่นคงพลังงาน

ญี่ปุ่นเร่งพัฒนา แนฟทาจากไฮโดรเจน: ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลก โดยเฉพาะวิกฤติบริเวณช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญ ประเทศญี่ปุ่นกำลังเร่งมองหาทางเลือกใหม่เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันดิบจากต่างประเทศ 

ล่าสุด บริษัท Kawasaki Heavy Industries ได้นำเสนอแนวคิดล้ำสมัยในการใช้เทคโนโลยีผลิต “แนฟทา” (Naphtha) จาก “ไฮโดรเจน” แทนการใช้น้ำมันดิบ แนฟทาถือเป็นวัตถุดิบตั้งต้นที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เนื่องจากเป็นส่วนประกอบหลักสำหรับการนำไปผลิตพลาสติกแทบทุกชนิด ผลิตเส้นใยสังเคราะห์ ตลอดจนยางสังเคราะห์

หากแนวคิดนี้ได้รับการพัฒนาจนสามารถนำมาใช้งานได้จริงในสเกลระดับอุตสาหกรรม จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยจะช่วยให้ญี่ปุ่นมีแหล่งผลิตวัตถุดิบปิโตรเคมีเป็นของตนเองภายในประเทศ และลดความเสี่ยงจากวิกฤติด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลกระทบต่อการนำเข้าน้ำมันได้อย่างยั่งยืน

เทคโนโลยีที่บริษัทนำเสนอนี้เป็นการต่อยอดมาจากกระบวนการที่เรียกว่า Fischer-Tropsch ซึ่งอาศัยการนำไฮโดรเจนและก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์มาผ่านตัวเร่งปฏิกิริยาภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีความร้อนและความดันสูง เพื่อสังเคราะห์ออกมาเป็นเชื้อเพลิงหรือไฮโดรคาร์บอนเหลว

ปัจจุบัน Kawasaki Heavy มีตัวอย่างความสำเร็จจากโรงงานในประเทศเติร์กเมนิสถาน ซึ่งสามารถผลิตน้ำมันเบนซินสังเคราะห์ได้มากถึง 600,000 ตันต่อปี จึงทำให้บริษัทมีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถนำเทคโนโลยีเดียวกันนี้มาประยุกต์ใช้เพื่อผลิตแนฟทาจากไฮโดรเจนได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนนวัตกรรมนี้ไปสู่ความเป็นจริงยังมีอุปสรรคสำคัญนั่นคือ “ต้นทุนการผลิตที่ยังคงสูงมาก”ปัจจุบันราคาวัตถุดิบในญี่ปุ่นสูงกว่าในภูมิภาคตะวันออกกลางมากกว่า 2 เท่า ในขณะเดียวกัน การเลือกใช้ “ไฮโดรเจนสีเขียว” ที่ได้มาจากพลังงานหมุนเวียน ก็ยังมีต้นทุนที่แพงกว่าการผลิตไฮโดรเจนจากน้ำมันอยู่หลายเท่าตัว 

นอกจากนี้ การก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ยังต้องใช้เม็ดเงินลงทุนจำนวนมหาศาล ดังเช่นโรงงานในเติร์กเมนิสถานที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงถึง 150,000 ล้านเยน นายเคนจิ ซานาดะ กรรมการบริหารของบริษัทฯ ชี้ให้เห็นว่าเติร์กเมนิสถานมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจเพราะมีแหล่งก๊าซธรรมชาติราคาถูก

แต่สำหรับญี่ปุ่นที่มีต้นทุนสูงกว่า การทำให้การผลิตแนฟทาคุ้มทุนจึงเป็นเรื่องที่ยากอย่างยิ่ง นอกจากนี้ พฤติกรรมของตลาดมักจะหันมาให้ความสนใจกับการพัฒนาพลังงานทางเลือกเฉพาะในช่วงที่เกิดวิกฤติการหยุดชะงักของการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซเท่านั้น แต่เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ตลาดก็มักจะกลับไปให้ความสำคัญกับปัจจัยด้าน “ต้นทุน” เป็นหลักเช่นเดิม

ถึงกระนั้น Kawasaki Heavy ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่ออนาคต หากรัฐบาลญี่ปุ่นสามารถให้การสนับสนุนและผลักดันให้ต้นทุนของไฮโดรเจนลดลงตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ คือลดลงเหลือ 30 เยนต่อลูกบาศก์เมตรภายในปี 2030 และ 20 เยนภายในปี 2050 การผลิตแนฟทาจากไฮโดรเจนก็จะเริ่มมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจมากขึ้น และอาจเป็นก้าวสำคัญที่นำไปสู่การผลิตแนฟทาแบบ “ปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์” ได้ในอนาคต 

ท้ายที่สุด บริษัทมีความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่า การสร้างห่วงโซ่อุปทานแนฟทาภายในประเทศโดยที่ไม่ต้องพึ่งพาน้ำมันดิบ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของญี่ปุ่นในระยะยาว แม้ว่าในช่วงต้นจะต้องแลกมาด้วยต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าก็ตาม

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์  เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25  เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital