ญี่ปุ่นกาง “สมุดปกขาว” : ยอมรับล้มเหลวบริหารจัดการข้าว ทำราคาพุ่ง

/
/
/
ญี่ปุ่นกาง “สมุดปกขาว” : ยอมรับล้มเหลวบริหารจัดการข้าว ทำราคาพุ่ง

ญี่ปุ่นกาง “สมุดปกขาว” : เสถียรภาพทางอาหารของประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องการวางแผนที่รัดกุมอย่างญี่ปุ่นต้องสั่นคลอน เมื่อรัฐบาลญี่ปุ่นภายใต้คณะรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ได้อนุมัติและเผยแพร่รายงานสมุดปกขาว (White Paper) ประจำปี เพื่อแถลงถึงสถานการณ์ปัจจุบันและความท้าทายในภาคเกษตรกรรม โดยใจความสำคัญเป็นการออกมายอมรับตรงๆ ถึงความล้มเหลวและตื่นตัวล่าช้าของภาครัฐในการประเมินและรับมือกับวิกฤตการณ์ข้าวที่เกิดขึ้น

สมมติฐานที่ผิดพลาดและการตอบสนองที่ล่าช้า

ในรายงานสมุดปกขาวระบุว่า จุดเริ่มต้นของวิกฤตการณ์ข้าวขาดแคลนนี้เริ่มก่อตัวอย่างชัดเจนตั้งแต่ช่วงฤดูร้อนปี 2567 อย่างไรก็ตาม รัฐบาลในขณะนั้นตั้งอยู่บนสมมติฐานเชิงบวกว่าผลผลิตข้าวภายในประเทศมีเพียงพออย่างแน่นอน ความชะล่าใจนี้ทำให้ภาครัฐไม่ได้ดำเนินการเชิงรุกในการรวบรวมข้อมูลสถานการณ์การกระจายสินค้าที่แท้จริงในตลาด

เมื่อสถานการณ์เริ่มบานปลายจนเกิดกระแสความตื่นตระหนก รัฐบาลได้ตัดสินใจระบายข้าวสำรองฉุกเฉินออกมาเป็นระลอกเพื่อหวังดึงราคาขายปลีกให้ต่ำลงและบรรเทาความกังวลของประชาชน ทว่าในรายงานสมุดปกขาวฉบับล่าสุดนี้ รัฐบาลกลับยอมรับอย่างไม่มีข้อแก้ตัวว่า “การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นช้าเกินไป” และยอมรับว่าล้มเหลวในการขจัดความตังวลในกลุ่มผู้ค้าส่งข้าว

3 ปัจจัยรุมสกรัม อุปสงค์พุ่งสวนทางผลผลิตดิ่ง

เมื่อพลิกดูสาเหตุที่แท้จริงของการขาดแคลน พบว่าเกิดจากปัจจัยทั้งฝั่งอุปสงค์และอุปทานที่เข้ามากระทบพร้อมกัน ได้แก่

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ: อุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างผิดปกติส่งผลกระทบโดยตรงทำใหปริมาณผลผลิตข้าวตกต่ำลง

การกักตุนจากภัยพิบัติ: การที่รัฐบาลออกประกาศเตือนภัยในช่วงฤดูร้อนปี 2567 เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในร่องลึกนันไก (Nankai Trough) ได้กลายเป็นตัวเร่งให้ประชาชนพากันแห่ซื้อและกักตุนข้าวสาร

นักท่องเที่ยวต่างชาติบูม: เดิมทีกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงของญี่ปุ่น คาดการณ์ว่าความต้องการบริโภคข้าวจะลดลงตามจำนวนประชากรที่น้อยลง แต่การประเมินนี้กลับผิดพลาดอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากไม่ได้คำนวณว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หลั่งไหลเข้าประเทศอย่างถล่มทลายนั้น จะกลายเป็นกลุ่มผู้บริโภคข้าวปริมาณมหาศาล

ราคาพุ่งชนเพดาน บีบเอกชนนำเข้าพุ่ง 95 เท่า

ความล้มเหลวในการควบคุมและกระจายสินค้าส่งผลให้ในช่วงที่วิกฤตการณ์อยู่ในขั้นรุนแรงที่สุด ราคาข้าวในตลาดญี่ปุ่นพุ่งสูงกว่า 4,000 เยน (หรือประมาณ 25 ดอลลาร์สหรัฐ) ต่อถุงขนาด 5 กิโลกรัม ราคาที่แพงหูฉี่นี้บีบบังคับให้ภาคครัวเรือนญี่ปุ่นที่มีรายได้จำกัด ต้องยอมเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค โดยละทิ้งการกินข้าวซึ่งเป็นอาหารหลัก แล้วหันไปพึ่งพาบะหมี่และขนมปังที่มีราคาถูกกว่าแทน

วิกฤตในประเทศยังส่งผลสะท้อนไปยังภาคการค้าระหว่างประเทศ โดยพบข้อมูลว่าภาคเอกชนของญี่ปุ่นต้องดิ้นรนเอาตัวรอดด้วยการนำเข้าข้าวในปี 2568 พุ่งสูงขึ้นถึง 95 เท่า เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปริมาณนำเข้ารวมทะยานสู่ระดับ 96,834 ตัน ซึ่งตัวเลขอันน่าตกใจนี้ทำให้รัฐบาลต้องออกโรงเตือนในสมุดปกขาวว่า เม็ดเงินและปริมาณข้าวนำเข้าที่ไหลทะลักเข้ามานี้ อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องเชิงลบต่อโครงสร้างและเสถียรภาพของภาคการผลิตข้าวภายในประเทศระยะยาวได้

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital