ช่องแคบฮอร์มุซจ่อเปิด: สถานการณ์เศรษฐกิจโลกเริ่มมองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ หลังจากที่ต้องเผชิญกับความผันผวนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางมาอย่างยาวนาน
ล่าสุดมีรายงานว่า ราคาพืชผลทางการเกษตรและน้ำมันพืชในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยสำคัญมาจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนว่า “ช่องแคบฮอร์มุซ” ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของการค้าโลกกำลังจะกลับมาเปิดให้เรือสินค้าสัญจรได้ตามปกติอีกครั้ง
จุดเปลี่ยนสำคัญของสถานการณ์นี้เกิดขึ้นจากการที่ สหรัฐอเมริกาและอิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงเบื้องต้น ในการเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งสองประเทศมีกำหนดจะลงนามในข้อตกลงอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 มิถุนายน 2569
แม้จะยังมีรายละเอียดบางประการที่ต้องเจรจาเพิ่มเติม แต่ข่าวนี้ส่งผลบวกทันทีต่อความเชื่อมั่นในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้เป็นเพียงเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบเท่านั้น แต่ยังเป็นเส้นทางหลักในการขนส่งปุ๋ยและวัตถุดิบต้นน้ำของภาคเกษตรกรรมทั่วโลก
การกลับมาเปิดเส้นทางเดินเรือส่งผลโดยตรงต่อการลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกร เมื่อการขนส่งปุ๋ยและเชื้อเพลิงมีความสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น ต้นทุนพลังงานที่เคยพุ่งสูงในช่วงสงครามจนเป็นแรงผลักดันให้ราคาธัญพืชและเมล็ดพืชน้ำมันดีดตัวสูงขึ้นก็เริ่มผ่อนคลายลง
สัญญาณนี้สะท้อนชัดเจนในตลาดซื้อขายล่วงหน้า โดย ราคาข้าวโพดและข้าวสาลีในตลาดชิคาโกปรับลดลงประมาณ 0.7% ขณะที่น้ำมันถั่วเหลืองซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของไบโอดีเซลร่วงลงราว 1% และน้ำมันปาล์มในตลาดกัวลาลัมเปอร์ปรับลดลงสูงสุดถึง 0.8%
นอกจากนี้ เมื่อราคาน้ำมันโลกมีแนวโน้มอ่อนตัวลง ความต้องการนำพืชผลไปผลิตเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพเพื่อแข่งขันกับฟอสซิลก็ลดน้อยลงตามไปด้วย
ก่อนหน้านี้ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) เคยออกมาเตือนถึงวิกฤตราคาอาหารครั้งใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นภายใน 6-12 เดือน หากช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดกั้น แต่ด้วยความคืบหน้าทางการทูตล่าสุด ประกอบกับระดับสต็อกสินค้าเกษตรโลกที่ยังอยู่ในเกณฑ์สูง ทำให้ความกังวลและการเก็งกำไรจากปัจจัยสงครามเริ่มจางหายไป
ในเชิงมหภาค นักวิเคราะห์มองว่าหากสันติภาพในพื้นที่นี้ดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืน จะช่วยชะลอ เงินเฟ้อด้านอาหารได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน แต่ยังช่วยเปิดทางให้ธนาคารกลางในหลายประเทศมีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นอุปสงค์และเศรษฐกิจในระยะต่อไป
การเปิดช่องแคบฮอร์มุซจึงเปรียบเสมือนกุญแจสำคัญที่ช่วยคลี่คลายแรงกดดันทั้งด้านพลังงานและอาหารที่ถาโถมเศรษฐกิจโลกมาตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






