จับตา ครม.นัดแรก 27 เม.ย. ดึง 3 บิ๊กเอกชนลุยแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ

/
/
/
จับตา ครม.นัดแรก 27 เม.ย. ดึง 3 บิ๊กเอกชนลุยแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ

จับตา ครม.นัดแรก 27 เม.ย. ดึง 3 บิ๊กเอกชนลุยแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ

จับตา ครม.นัดแรก : ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจรอบด้าน รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ส่งสัญญาณเดินหน้าเครื่องยนต์เศรษฐกิจอย่างเต็มกำลัง ล่าสุดได้ประกาศกำหนดการสำคัญที่จะชี้ชะตาทิศทางเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง ทั้งการเรียกประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจนัดแรก การเตรียมพิจารณาพ.ร.ก.กู้เงินก้อนโต และการใช้โอกาสทางการทูตเพื่อเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

ผนึกกำลัง “รัฐ-เอกชน” นัดถก ครม.เศรษฐกิจ 27 เม.ย. นี้

ความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาที่สุดคือ การนัดประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจเป็นครั้งแรกในวันที่ 27 เมษายน 2569 โดยครั้งนี้รัฐบาลไม่ได้หารือกันเองเพียงฝ่ายเดียว แต่ได้ส่งเทียบเชิญ 3 เสาหลักของภาคเอกชน ได้แก่ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสมาคมธนาคารไทย เข้าร่วมวงหารือด้วย

วาระสำคัญบนโต๊ะประชุม:

การระดมสมองเพื่อกำหนด “แนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจ” ในระยะเร่งด่วน

การแปลงนโยบายที่รัฐบาลได้แถลงไว้ต่อรัฐสภาให้กลายเป็นแผนปฏิบัติการจริง

การขับเคลื่อนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ซึ่งคาดว่าจะเป็นแฟล็กชิปแคมเปญ (Flagship Campaign) ในการกระตุ้นการบริโภคและช่วยเหลือผู้ประกอบการในประเทศ

จับตา ครม.นัดแรก : วัดใจ พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท

อีกหนึ่งประเด็นร้อนคือ กระแสข่าวการเตรียมออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน วงเงินสูงถึง 500,000 ล้านบาท ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้แสดงท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้ โดยระบุว่าเรื่องนี้ต้องผ่านการหารืออย่างรอบคอบเสียก่อน และได้มอบหมายให้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นหัวเรือใหญ่ในการชี้แจงรายละเอียดและเหตุผลความจำเป็น

อย่างไรก็ตาม นายกฯ อนุทิน ได้ทิ้งท้ายด้วยประโยคที่สะท้อนทิศทางของรัฐบาลอย่างชัดเจนว่า “ในหลักการอะไรที่เป็นประโยชน์ และนำมากระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าไปในระบบเศรษฐกิจ และประชาชนสามารถนำเงินนั้นไปจับจ่ายใช้สอยได้ รัฐบาลมีความตั้งใจที่จะทำ” ซึ่งแปลความได้ว่า หากคลังสามารถพิสูจน์ได้ว่าเม็ดเงินนี้จะลงถึงมือประชาชนและสร้างพายุหมุนทางเศรษฐกิจได้จริง รัฐบาลก็พร้อมจะไฟเขียว

การทูตเชิงเศรษฐกิจ: เปิดวาระเจรจา ‘หวัง อี้’

นอกจากการกระตุ้นเศรษฐกิจในบ้านแล้ว รัฐบาลยังเตรียมรุกตลาดต่างประเทศ โดยใช้โอกาสที่ นายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน จะเดินทางมาเยือนไทย (ภารกิจส่วนตัวในวันที่ 23 เม.ย. และหารือเป็นทางการในวันที่ 24 เม.ย.)

การหารือครั้งนี้จะใช้รูปแบบ Open Agenda (วาระเปิด) ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูง โดยไทยเตรียมหยิบยกประเด็นผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจขึ้นมาเจรจา ได้แก่

การเจรจาขอให้จีนเพิ่มโควตาการนำเข้าสินค้าเกษตรจากไทย โดยเฉพาะ สินค้าเกษตรหลักอย่าง “ข้าว” และ “ผลไม้” ซึ่งเป็นรายได้สำคัญของคนรากหญ้า

การเชิญชวนและดึงดูดเม็ดเงินลงทุน (FDI) จากจีน โดยมุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนทางด้าน “เทคโนโลยีขั้นสูง” เพื่อช่วยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและภาคการผลิตของไทย

ความเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้ สะท้อนให้เห็นถึงยุทธศาสตร์แบบ “ตีโอบ” ของรัฐบาล ทั้งการเตรียมกระสุนเงินสด (พ.ร.ก.กู้เงิน) เพื่ออัดฉีดกำลังซื้อในประเทศ การดึงภาคเอกชนมาเป็นแนวร่วมเพื่อสร้างความมั่นใจ และการเร่งหาตลาดส่งออกและดึงเม็ดเงินลงทุนจากมหาอำนาจอย่างจีน ซึ่งผลลัพธ์จากการประชุมและเจรจาในสัปดาห์หน้า จะเป็นตัวกำหนดว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะสามารถผงาดกลับมาได้แข็งแกร่งเพียงใด

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital

บทความที่เกี่ยวข้อง

รายการอื่นๆ

ถกไม่เถียง, คิดฝัน, เงินทองของจริง

บ้านหลังแรก สร้างใหม่หรือมือสอง แบบไหนคุ้มค่ากว่ากัน ?

บ้านหลังแรกการมีบ้านหลังแรกเป็นเป้าหมายชีวิตที่หลายคนใฝ่ฝัน แต่เส้นทางสู่การเป็นเจ้าของบ้านนั้นมีให้เลือกหลายแบบ ทั้งการสร้างบ้านเอง การซื้อบ้านมือหนึ่งจากโครงการ...

วางแผนซื้อบ้าน ต้องเช็กกำลังผ่อนก่อนแบกหนี้ระยะยาว !

วางแผนซื้อบ้าน: การมีบ้านเป็นของตัวเองคือความฝันของใครหลายคน แต่สิ่งที่คนมักมองข้ามคือ การซื้อบ้านไม่ได้จบลงในวันที่ธนาคารอนุมัติสินเชื่อ...

โรคมือเท้าปาก และ RSV ในเด็ก : สังเกตอาการและรับมืออย่างถูกวิธี

ในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว วัยเด็กเล็กที่ภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ มักเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยได้ง่าย โรคยอดฮิตที่คุณพ่อคุณแม่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ...