สศช. เตือน น้ำมันแพงฉุดกำลังซื้อ คนไทยเริ่มแบกภาระหนี้หนักขึ้น 

/
/
/
สศช. เตือน น้ำมันแพงฉุดกำลังซื้อ คนไทยเริ่มแบกภาระหนี้หนักขึ้น 

สศช. เตือน น้ำมันแพงฉุดกำลังซื้อ คนไทยเริ่มแบกภาระหนี้หนักขึ้น 

สศช. เตือน: สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 2569 กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญจากแรงกดดันของ ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ 

สถานการณ์นี้ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นปัจจัยหลักที่ฉุดรั้งความสามารถในการชำระหนี้ของทั้งภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ จนสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ต้องออกมาเตือนและจับตาอย่างใกล้ชิด

ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคยพุ่งทะยานไปถึง 144.42 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเมื่อเดือนเมษายน 2569 ซึ่งสูงกว่าสถิติเดิมในช่วงวิกฤตยูเครน-รัสเซีย 

สศช. คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบดูไบในปี 2569 จะเฉลี่ยอยู่ที่ 85-95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ปรับตัวสูงขึ้นจากปีที่ผ่านมาอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากอุปทานน้ำมันดิบโลกได้รับผลกระทบ แม้คาดว่าความขัดแย้งอาจสิ้นสุดลงในช่วงครึ่งหลังของปี แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ส่งแรงกระเพื่อมไปสู่ทุกภาคส่วนแล้ว

ภาคครัวเรือนในภาวะเปราะบาง ราคาพลังงานที่สูงขึ้นส่งผลโดยตรงต่อค่าเดินทางและราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ทำให้รายได้ที่แท้จริงของครัวเรือนลดลง กลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือ ครัวเรือนรายได้น้อยและกลุ่มที่มีหนี้สูง ซึ่งมีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงของรายได้ 

ข้อมูลพบว่าบัญชีสินเชื่อส่วนบุคคลวงเงินไม่เกิน 50,000 บาท เริ่มมีการผิดนัดชำระหนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สถาบันการเงินต้องเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งกลายเป็นข้อจำกัดต่อการบริโภคในอนาคต

ภาคธุรกิจและปัญหาหนี้เสีย (NPLs) ในส่วนของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะ SMEs กำลังเผชิญกับต้นทุนการผลิตและขนส่งที่สูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ธุรกิจในกลุ่มขนส่ง โลจิสติกส์ ประมง และอุตสาหกรรมที่ใช้ปิโตรเคมีเป็นหลัก ต่างได้รับผลกระทบอย่างหนัก

สถิติ ณ สิ้นปี 2568 ชี้ให้เห็นว่า สัดส่วนหนี้เสีย (NPLs) ของ SMEs พุ่งสูงขึ้นถึง 9.12% และยังมีแนวโน้มด้อยคุณภาพลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากข้อจำกัดในการส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังผู้บริโภค

แนวทางการรับมือและมาตรการภาครัฐ รัฐบาลได้เร่งออกมาตรการช่วยเหลือผ่านโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เช่น โครงการ Soft Loan ของธนาคารออมสิน และสินเชื่อเพื่อการปรับตัวทางพลังงานเพื่อบรรเทาภาระของประชาชนและผู้ประกอบการ 

อย่างไรก็ตาม สศช. ย้ำว่าในระยะต่อไปมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องติดตามการส่งผ่านต้นทุนพลังงานไปยังราคาสินค้าอย่างระบบ เพื่อให้การดำเนินมาตรการช่วยเหลือเป็นไปอย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ ก่อนที่ปัญหาการผิดนัดชำระหนี้จะขยายตัวเป็นวงกว้าง

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital

บทความที่เกี่ยวข้อง

รายการอื่นๆ

ถกไม่เถียง, คิดฝัน, เงินทองของจริง

บ้านหลังแรก สร้างใหม่หรือมือสอง แบบไหนคุ้มค่ากว่ากัน ?

บ้านหลังแรกการมีบ้านหลังแรกเป็นเป้าหมายชีวิตที่หลายคนใฝ่ฝัน แต่เส้นทางสู่การเป็นเจ้าของบ้านนั้นมีให้เลือกหลายแบบ ทั้งการสร้างบ้านเอง การซื้อบ้านมือหนึ่งจากโครงการ...

วางแผนซื้อบ้าน ต้องเช็กกำลังผ่อนก่อนแบกหนี้ระยะยาว !

วางแผนซื้อบ้าน: การมีบ้านเป็นของตัวเองคือความฝันของใครหลายคน แต่สิ่งที่คนมักมองข้ามคือ การซื้อบ้านไม่ได้จบลงในวันที่ธนาคารอนุมัติสินเชื่อ...

โรคมือเท้าปาก และ RSV ในเด็ก : สังเกตอาการและรับมืออย่างถูกวิธี

ในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว วัยเด็กเล็กที่ภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ มักเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยได้ง่าย โรคยอดฮิตที่คุณพ่อคุณแม่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ...