ทรัมป์เปิดศึกการค้า: ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ได้สร้างความตึงเครียดต่อเศรษฐกิจในภูมิภาคอีกครั้ง ด้วยการลงนามในคำสั่งลงโทษทางภาษีในอัตราสูงถึง 50% ต่อสินค้าหลายประเภทที่นำเข้าจากแคนาดา มาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 19 สิงหาคม หรือในอีก 30 วันข้างหน้า
ทำเนียบขาวได้ออกมาชี้แจงว่า การตัดสินใจครั้งนี้เป็นมาตรการที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อปกป้องภาคธุรกิจของสหรัฐอเมริกา โดยทรัมป์อ้างเหตุผลสำคัญว่า แคนาดามีพฤติกรรมเลือกปฏิบัติและปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมต่อสินค้าของสหรัฐฯ
ข้อพิพาทที่เป็นชนวนเหตุหลักมาจากความขัดแย้งทางการค้าที่ยืดเยื้อใน 3 กลุ่มสินค้าสำคัญ ได้แก่ ยานยนต์ สินค้านมเนย และแอลกอฮอล์ ในประเด็นของยานยนต์ ทรัมป์โต้แย้งว่าการที่แคนาดาเรียกเก็บภาษีชิ้นส่วนและรถยนต์ของสหรัฐฯ ที่ไม่อยู่ภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีเดิม (USMCA) นั้นเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล และเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เก็บภาษีแบบเดียวกันกับประเทศอื่น
สำหรับปัญหาสินค้านมเนยถือเป็นเรื่องเรื้อรังที่แคนาดามีระบบการจำกัดการนำเข้าอย่างเข้มงวด และจะมีการเก็บภาษีสูงกว่า 300% หากนำเข้าสินค้าเกินโควตา นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องการบอยคอตต์สุราจากสหรัฐฯ โดยมณฑลส่วนใหญ่ในแคนาดา ซึ่งประกาศว่าจะยกเลิกการแบนก็ต่อเมื่อสหรัฐฯ ยอมยกเลิกภาษีในภาคส่วนสำคัญอย่างกลุ่มโลหะและยานยนต์เสียก่อน
สินค้าที่ตกเป็นเป้าหมายของการเก็บภาษี 50% ในรอบนี้ ครอบคลุมตั้งแต่สินค้าอุปโภคบริโภค เช่น ไวน์ อุปกรณ์ฮอกกี้ นมและครีม ไปจนถึงสินค้าอุตสาหกรรมอย่างปูนซีเมนต์เชิงพาณิชย์ อย่างไรก็ตาม ทรัพยากรส่งออกหลักที่สำคัญอย่าง พลังงาน โพแทช สัตว์น้ำ และแร่ธาตุสำคัญ จะยังคงได้รับการยกเว้นภาษี
สินค้าที่ถูกเก็บภาษีเฉพาะอุตสาหกรรมอยู่แล้วอย่างเช่นยานยนต์และเหล็กก็จะได้รับการยกเว้นจากมาตรการใหม่นี้เช่นกัน ทางเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยืนยันด้วยว่าจะไม่มีการยกเว้นให้แก่สินค้าที่อยู่ภายใต้ข้อตกลง USMCA แต่อย่างใด การตัดสินใจครั้งนี้ของทรัมป์เป็นการอาศัยอำนาจตามมาตรา 338 ของพระราชบัญญัติภาษีศุลกากรปี 1930 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ไม่เคยถูกนำมาใช้เก็บภาษีมาก่อน
มาตรการทางภาษีที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งนี้ ทำให้ความตึงเครียดทางการค้ายกระดับสูงขึ้นทันที ภาษีใหม่นี้เป็นการเพิ่มภาระจากอุปสรรคทางการค้าเดิมที่สหรัฐฯ เรียกเก็บจากเหล็ก อะลูมิเนียม และทองแดงของแคนาดาในอัตรา 15 ถึง 50% รวมถึงไม้เนื้ออ่อนที่ 35% และชิ้นส่วนรถยนต์ที่ 25%
ในขณะที่ฝั่งแคนาดาก็ตอบโต้ด้วยการเก็บภาษีเหล็ก อะลูมิเนียม และยานยนต์จากอเมริกา 25% เช่นกัน ข่าวการลงนามคำสั่งดังกล่าวส่งผลกระทบต่อตลาดทันที ทำให้ค่าเงินดอลลาร์แคนาดาอ่อนค่าลงไปซื้อขายอยู่ที่ระดับ 1.4083 ดอลลาร์แคนาดาต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ
การตัดสินใจของทรัมป์ยังเสี่ยงที่จะสร้างรอยร้าวในความสัมพันธ์กับนายกรัฐมนตรี มาร์ก คาร์นีย์ ของแคนาดา ทั้งที่ทั้งคู่เพิ่งไปร่วมชมการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศด้วยกันเมื่อวันอาทิตย์ สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนมากขึ้นเมื่อพิจารณาว่าช่วงต้นเดือน สหรัฐฯ เพิ่งปฏิเสธที่จะขยายเวลาข้อตกลงการค้า USMCA ออกไป
แม้ว่าความขัดแย้งจะดูรุนแรง แต่นายทิม ฮอดจ์สัน รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของแคนาดา กลับให้สัมภาษณ์ว่าจะไม่แสดงปฏิกิริยาใดๆ เพราะที่ผ่านมาทรัมป์มักจะใช้การขู่ในลักษณะนี้ แล้วยอมถอยหลังจากเกิดความกังวลในตลาดหรือมีการเจรจาในที่สุด
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






