ชี้ชะตาไฮสปีด 3 สนามบิน กับเม็ดเงินลงทุนที่ทุกฝ่ายจับตา

/
/
/
ชี้ชะตาไฮสปีด 3 สนามบิน กับเม็ดเงินลงทุนที่ทุกฝ่ายจับตา

ชี้ชะตาไฮสปีด 3 สนามบิน: โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งประกอบด้วยสนามบินดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา ถือเป็นเมกะโปรเจกต์ที่สำคัญของประเทศ แต่ในขณะนี้กำลังเข้าสู่ขั้นตอนสำคัญที่อาจนำไปสู่การสิ้นสุดสัญญาระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และบริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด หรือกลุ่ม CP 

กระบวนการนี้อยู่ระหว่างการรายงานตามลำดับขั้น โดยจะเสนอให้คณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นั่งเป็นประธาน เพื่อพิจารณาตัดสินใจขั้นสุดท้ายภายในเดือนสิงหาคม 2569

หากนำไปสู่การเลิกสัญญา ประเด็นหลักที่ทุกฝ่ายให้ความสนใจคือภาระค่าใช้จ่ายและมูลค่าการลงทุนที่เกิดขึ้นไปแล้ว ทางสำนักงานคณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ได้ประเมินค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับโครงการแอร์พอร์ตเรลลิงก์ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 รวม 1,501 ล้านบาท รวมถึงค่าปรับปรุงและงานเตรียมการของโครงการไฮสปีดเทรนอีก 4,538 ล้านบาท 

ขณะที่นายศุภชัย เจียรวนนท์ ผู้บริหารระดับสูงของเครือ CP เปิดเผยว่าทางกลุ่มได้ใช้เงินลงทุนไปแล้วถึง 12,000 ล้านบาท ทางฝั่งของ รฟท. เองก็ได้ใช้งบประมาณไป 10,180 ล้านบาท สำหรับเวนคืนที่ดินและรื้อย้ายสาธารณูปโภค อีกทั้งยังมีเรื่องรายได้เชิงพาณิชย์ที่หายไป ซึ่ง รฟท. กำลังตรวจสอบและประเมินมูลค่าเพื่อหาจุดยุติทางการเงินที่ชัดเจนร่วมกับฝ่ายการเงิน

แม้จะมีความเสียหายทางการเงินเกิดขึ้น แต่แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคมเปิดเผยว่า หากคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายสามารถเจรจาและตกลงร่วมกันว่ามีเหตุจำเป็นต้องยุติสัญญา กรณีนี้จะถือเป็นการ “จากกันด้วยดี” โดยเงื่อนไขในสัญญาระบุไว้ชัดเจนว่า หากตกลงยุติสัญญาได้ จะไม่มีการนำเรื่องไปสู่ข้อพิพาทหรือฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายต่อกันในภายหลัง

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ประชาชนและผู้ใช้บริการต้องได้รับผลกระทบ กระทรวงคมนาคมได้เตรียมแผนบริหารจัดการรองรับไว้หลายด้าน เช่น การพิจารณาหาแนวทางจ้างเอกชนให้เข้ามาบริหารจัดการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ต่อไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง

นอกจากนี้ ยังมีแผนเดินหน้าโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง หรือ Missing Link ช่วงบางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน-หัวหมาก และช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง ระยะทางรวม 25.9 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 44,573.85 ล้านบาท 

รวมไปถึงการพัฒนารถไฟทางคู่ระบบไฟฟ้าช่วงหัวหมาก-ฉะเชิงเทรา-อู่ตะเภา ระยะทาง 187 กิโลเมตร ที่ทำความเร็วได้ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งประเมินแล้วว่าเพียงพอต่อการรองรับบริการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างสนามบินแม้จะไม่มีโครงการไฮสปีดเทรนก็ตาม

บทสรุปของโครงการไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบินในเดือนสิงหาคมนี้ จะออกมาใน 2 แนวทางหลัก คือ 1. การแก้ไขสัญญาตามมติ กพอ. เดิม เพื่อเดินหน้าโครงการต่อโดยเสนอให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติ หรือ 2. หาก กพอ. พิจารณาว่าการแก้ไขสัญญาไม่สามารถทำได้ จะต้องเข้าสู่กระบวนการข้อกฎหมายเพื่อพิจารณาเหตุแห่งการยุติสัญญาร่วมลงทุนอย่างเป็นทางการต่อไป

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital