เปลี่ยนไอเดียให้เป็นมูลค่า ด้วยทรัพย์สินทางปัญญา 

/
/
/
/
เปลี่ยนไอเดียให้เป็นมูลค่า ด้วยทรัพย์สินทางปัญญา 

เปลี่ยนไอเดียให้เป็นมูลค่า ด้วยทรัพย์สินทางปัญญา 

ทรัพย์สินทางปัญญา: ในการเริ่มต้นทำธุรกิจ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องศึกษาปัจจัยพื้นฐานอย่างถ่องแท้ ไม่ว่าจะเป็นตัวสินค้า ช่องทางการจำหน่าย ราคา และความต้องการของตลาด แต่เมื่อธุรกิจมีการคิดค้นนวัตกรรมหรือสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ขึ้นมาเอง สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือการปกป้อง “ทรัพย์สินทางปัญญา” (Intellectual Property: IP) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความแตกต่าง เพิ่มโอกาสการแข่งขัน และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจแก่ธุรกิจในระยะยาว

จากข้อมูลของกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม–กันยายน) สถิติการยื่นคำขอรับความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการยื่นคำขอรวมทั้งสิ้น 61,288 คำขอ (เพิ่มขึ้น 9.59% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568) ขณะที่มีการอนุมัติจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาทั้ง 4 ประเภท จำนวน 43,379 คำขอ (เพิ่มขึ้น 6.34%) สะท้อนว่าผู้ประกอบการทั้งชาวไทยและต่างชาติให้ความสำคัญกับการปกป้องสิทธิและการนำ IP ไปต่อยอดเชิงพาณิชย์อย่างจริงจัง

เมื่อพิจารณาโครงสร้างการยื่นคำขอจำแนกตามประเภททรัพย์สินทางปัญญา พบความเชื่อมโยงกับภาคธุรกิจที่หลากหลาย ดังนี้:

1. เครื่องหมายการค้า (Trademarks): มีการยื่นคำขอมากที่สุดถึง 45,696 คำขอ (เพิ่มขึ้น 10.76%) โดยสัดส่วนผู้ยื่นคำขอเป็นคนไทย 56% และต่างชาติ 44% กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ บริการค้าปลีก ผลิตภัณฑ์สุขภาพ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและความงาม รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำในตลาด

2. สิทธิบัตรการประดิษฐ์ (Invention Patents): มีการยื่นคำขอ 6,083 คำขอ (เพิ่มขึ้น 3.98%) มุ่งเน้นในกลุ่มนวัตกรรมและเทคโนโลยีชั้นสูง ได้แก่ ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ เทคโนโลยีการสื่อสาร แอนตี้บอดี้และยาชีวัตถุ ตลอดจนอุปกรณ์ทางการแพทย์

3. อนุสิทธิบัตร (Petty Patents): มีการยื่นคำขอ 4,313 คำขอ (เติบโตสูงถึง 18.16%) โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอเป็นคนไทยสูงถึง 94% สะท้อนถึงศักยภาพการพัฒนานวัตกรรมของผู้ประกอบการในประเทศ โดยกลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม ยาสมุนไพร ระบบสื่อสาร อุปกรณ์ทางการแพทย์ และสารเคมีทางการเกษตร

4. สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ (Design Patents): มีการยื่นคำขอ 4,796 คำขอ (เพิ่มขึ้น 0.27%) โดยเป็นผู้ยื่นคำขอชาวไทย 65% ครอบคลุมกลุ่มสินค้าลวดลายผ้า รถยนต์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง บรรจุภัณฑ์ เครื่องประดับ และอุปกรณ์ก่อสร้าง

5. การแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ (Copyright Notifications): เติบโตโดดเด่นที่สุด โดยเพิ่มขึ้นถึง 63.71% คิดเป็น 17,176 ผลงาน (เพิ่มขึ้นจาก 10,492 ผลงานในระยะเดียวกันของปี 2568) ผลงานที่มีการแจ้งสูงสุด ได้แก่ งานวรรณกรรม (งานเขียนและโปรแกรมคอมพิวเตอร์) 6,714 ผลงาน งานศิลปกรรม 4,331 ผลงาน และดนตรีกรรม 3,386 ผลงาน ทั้งนี้ แม้ลิขสิทธิ์จะได้รับความคุ้มครองทันทีที่สร้างสรรค์โดยไม่ต้องจดทะเบียน แต่การแจ้งข้อมูลจะช่วยใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงเมื่อเกิดข้อพิพาทและอำนวยความสะดวกในการอนุญาตให้ใช้สิทธิเชิงพาณิชย์

ในอนาคต กรมทรัพย์สินทางปัญญาเตรียมนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและเชื่อมโยงข้อมูลแก่ประชาชนและผู้ประกอบการ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การสร้างสรรค์ผลงานเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจ แต่การปกป้องสิทธิและการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเหมาะสม คือกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนนวัตกรรมเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ และสร้างความสามารถในการแข่งขันให้แก่ธุรกิจอย่างยั่งยืน

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์  เวลา 08.20 – 08.30 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25  เวลา 09.10 – 09.20 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital

บทความที่เกี่ยวข้อง

รายการอื่นๆ

ถกไม่เถียง, คิดฝัน, เงินทองของจริง

คมนาคม – สสส. – ศวปถ. ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย แถลงข่าวเตรียมจัดสัมมนาวิชาการระดับชาติ เรื่องความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 17 ภายใต้แนวคิด “Unlocking Safe Cities : ปลดล็อกถนนปลอดภัย เพื่อเมืองที่ปลอดภัย”

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่...