AI ไม่ได้แย่งงาน : แต่คนที่ใช้ AI เป็นจะแย่งงานคุณ

/
/
/
/
AI ไม่ได้แย่งงาน : แต่คนที่ใช้ AI เป็นจะแย่งงานคุณ

AI ไม่ได้แย่งงาน : ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว ความกังวลใจของมนุษย์เงินเดือนและคนทำงานในหลายภาคส่วนเริ่มแผ่ขยายเป็นวงกว้าง คำถามยอดฮิตที่ว่า “AI จะเข้ามาแย่งงานเราไหม?” กลายเป็นหัวข้อสนทนาที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับคนทำงานไม่น้อย อย่างไรก็ตาม มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรบุคคลและมนุษย์เงินเดือนผู้ประสบความสำเร็จ ได้ให้ข้อคิดที่น่าสนใจและช่วยดึงสติคนทำงานในยุคนี้ได้เป็นอย่างดีว่า “AI ไม่ได้แย่งงานคุณ แต่คนที่ใช้ AI เป็นต่างหากที่จะแย่งงานคุณ”

การมองว่า AI เป็นศัตรูที่จะมาทำลายอาชีพอาจเป็นมุมมองที่คลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง แท้จริงแล้วเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นเพียง “เครื่องมือ” ชนิดหนึ่งที่ไม่ต่างจากเครื่องคิดเลข คอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ตโฟนในอดีต หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่ความเก่งกาจของระบบคอนพิวเตอร์ แต่อยู่ที่วิสัยทัศน์และการตัดสินใจของผู้บริหารรวมถึงตัวคนทำงานเอง ว่าจะหยิบยกเครื่องมือนี้มาเพิ่มมูลค่าและประสิทธิภาพให้กับการทำงานได้อย่างไร

3 ทักษะรอบตัว (Ecosystem Skills) ที่ AI ไม่มีวันทดแทนได้
หากต้องการอยู่รอดและเติบโตอย่างมั่นคงในอีก 3-5 ปีข้างหน้า ทักษะเฉพาะทางเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป คนทำงานยุคใหม่จำเป็นต้องมี “ทักษะรอบตัว” ในการบริหารจัดการระบบนิเวศการทำงาน (Work Ecosystem) ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ด้านหลักๆ ดังนี้

1. ทักษะการบริหารคนเบื้องบน (Managing Upwards)
ต่อให้คุณจะเป็นคนที่ทำงานเก่งกาจเพียงใด แต่หากขาดทักษะในการสื่อสารและบริหารความคาดหวังกับหัวหน้างานหรือผู้บริหาร (Boss Management) โอกาสในการเติบโตก็อาจจะริบหรี่ คนทำงานต้องหมั่นสังเกตและทำความเข้าใจสไตล์การทำงาน คาแรกเตอร์ และกระบวนการตัดสินใจของผู้นำ เพื่อให้สามารถเข้าหาและนำเสนอคอนเทนต์หรือผลงานได้อย่างถูกที่ถูกเวลา ซึ่งเป็นสิ่งที่หุ่นยนต์อัจฉริยะไม่สามารถทำแทนได้

2. ทักษะการประสานงานรอบทิศ (Managing Around)
การทำงานในองค์กรไม่ได้ขึ้นอยู่กับเราเพียงคนเดียว แต่คือการทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงาน ต่างแผนก ลูกค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ ทักษะการทำงานเป็นทีม (Teamwork) เพื่อให้เกิดผลลัพธ์แบบชนะไปด้วยกัน (Win-Win Outcome) เป็นสิ่งสำคัญ หากเรามุ่งแต่จะให้แผนกตนเองชนะแต่สร้างความเดือดร้อนให้แผนกข้างเคียง ความสัมพันธ์ในองค์กรย่อมพังทลาย การประนีประนอมและการเอาใจใส่ความรู้สึกของมนุษย์ด้วยกันจึงเป็นทักษะที่ล้ำค่า

3. ทักษะการนำทีมและการกระจายงาน (Managing Downwards)
สำหรับคนทำงานที่เติบโตขึ้นไปเป็นหัวหน้างาน สิ่งที่มักจะเป็นกับดักของคนเก่งคือ “การทำทุกอย่างด้วยตัวเอง” เพราะกลัวลูกน้องทำได้ไม่ดีพอ แต่ในความเป็นจริง ทักษะการบริหารคนรุ่นใหม่คือการรู้จักกระจายงาน (Delegation) มองเห็นจุดเด่นของทีมงาน และส่งเสริมให้พวกเขามีพื้นที่ในการเติบโต การบริหารทีมที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้องค์กรขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืน

“คนเก่ง” หรือ “คนปรับตัวไว” ใครจะรอดในสมรภูมินี้ ?
หากต้องเปรียบเทียบระหว่างคนที่เรียนเก่ง มีโปรไฟล์ดีระดับคะแนนเต็มสิบ กับคนที่พร้อมยืดหยุ่นและปรับตัวได้ในทุกสถานการณ์ ข้อมูลจากประสบการณ์ตรงในสายงานทรัพยากรบุคคลชี้ชัดว่า “คนที่ปรับตัวเก่งและไว” คือกลุ่มคนที่จะอยู่รอดได้ในทุก ๆ ยุคสมัย

เรามักจะเห็นบทเรียนบ่อยครั้งที่คนเก่งโปรไฟล์หรูจากต่างประเทศ หรือจากองค์กรใหญ่ระดับโลก เมื่อย้ายสภาพแวดล้อมมาทำงานในองค์กรที่มีวัฒนธรรมที่แตกต่างออกไป กลับไม่สามารถเค้นศักยภาพออกมาได้เต็มที่เนื่องจาก “ปรับตัวช้า” และไม่เข้าใจวัฒนธรรมองค์กรนั้นๆ ในทางกลับกัน คนที่ไม่ได้เก่งที่สุดในทุกเรื่อง แต่มีทักษะการเรียนรู้สิ่งใหม่ (Learnability) และพร้อมปรับตัวเข้ากับระบบการทำงานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นองค์กรสไตล์ไทย จีน ญี่ปุ่น หรือตะวันตก คนกลุ่มนี้จะสามารถผสมผสานทักษะของตนเองเข้ากับเครื่องมือใหม่อย่าง AI ได้อย่างราบรื่น

สุดท้ายนี้ เทคโนโลยีจะเปลี่ยนไปกี่ร้อยรูปแบบ จากยุคมือถือปุ่มกดสู่ยุคทัชสกรีน หรือจากยุคอินเทอร์เน็ตสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์ มนุษย์เงินเดือนและคนทำงานทุกคนไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกจนเกินเหตุ เพียงแค่หยุดมองว่ามันเป็นวิกฤต แล้วหันมาเริ่มต้นเรียนรู้วิธีการใช้งาน เรียนรู้ระบบนิเวศรอบตัว และพัฒนาทักษะการอยู่ร่วมกับเทคโนโลยีอย่างชาญฉลาด เพราะในท้ายที่สุดแล้ว ความมั่นคงทางการเงินและการงานที่ยั่งยืน จะเกิดขึ้นจากน้ำมือของมนุษย์ที่รู้จักใช้เครื่องมือขับเคลื่อนโลกอย่างแท้จริง

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital