มีเงินก้อน ควรซื้อประกันหรือลงทุนกองทุนรวม เช็กให้ดีก่อนตัดสินใจ

/
/
/
/
มีเงินก้อน ควรซื้อประกันหรือลงทุนกองทุนรวม เช็กให้ดีก่อนตัดสินใจ

มีเงินก้อน: การมีความรู้ทางการเงินเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยแก้ปัญหาหนี้สิน พ้นจากความยากจน และนำไปสู่การวางแผนเกษียณอายุได้อย่างมั่นคง เมื่อมีเงินก้อนอยู่ในมือ คำถามสำคัญที่มักตามมาคือ “ควรนำเงินไปลงทุนอะไรดี ?” ระหว่างการซื้อประกันและการลงทุนในกองทุนรวม ซึ่งทั้งสองทางเลือกต่างมีจุดประสงค์และข้อดีที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

ประกันชีวิต vs กองทุนรวม เลือกแบบไหนดี ?

การตัดสินใจว่าจะนำเงินไปวางไว้ที่ใดนั้น ขึ้นอยู่กับความจำเป็นและเป้าหมายของแต่ละบุคคลเป็นหลัก:

1. การทำประกัน: จะเน้นไปที่ “ความคุ้มครอง” เป็นหลัก

1.1 ประกันชีวิต: เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นเสาหลักของบ้าน มีภาระหรือมีบุคคลเบื้องหลังที่ต้องดูแล หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน การมีประกันชีวิตแบบเน้นความคุ้มครองสูงจะช่วยเป็นเบาะรองรับทางการเงินให้กับครอบครัวได้

1.2 ประกันสุขภาพ: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลเพิ่มเติม และไม่อยากกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายเมื่อเจ็บป่วย

1.3 ประกันแบบสะสมทรัพย์: เหมาะสำหรับคนที่ห่วงตัวเองในยามเกษียณ ไม่มีคนคอยดูแล และรับความเสี่ยงได้ต่ำ

2. การลงทุนในกองทุนรวม: เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการให้เงินงอกเงย ไม่ได้มีความจำเป็นในเรื่องของความคุ้มครองชีวิต แต่สิ่งสำคัญคือเงินที่นำไปลงทุนจะถูกหักค่าธรรมเนียมและนำไปบริหารจัดการทั้งหมด ซึ่งผู้ลงทุนต้องยอมรับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นได้

2 ปัจจัยสำคัญก่อนตัดสินใจลงทุน

ก่อนที่จะนำเงินไปลงทุนในรูปแบบใดก็ตาม มีหลักการที่ต้องประเมินอย่างรอบคอบ:

2.1 ระดับความเสี่ยงที่รับได้: ต้องประเมินตนเองก่อนเสมอว่าสามารถรับความผันผวนและการขาดทุนได้มากน้อยแค่ไหน

2.2 ต้องศึกษาก่อนทุกครั้ง: ควรจัดลำดับความสำคัญว่าความคุ้มครองแบบใดจำเป็นมากที่สุด หรือหากจะลงทุนก็ต้องเข้าใจในสินทรัพย์นั้น ๆ อย่างถ่องแท้

“อารมณ์” เหนือ “เหตุผล” หลุมพรางทางการเงิน

บ่อยครั้งที่การตัดสินใจทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อของทั่วไป หรือแม้แต่การเลือกลงทุน มักถูกขับเคลื่อนด้วย “อารมณ์” มากกว่าเหตุผล มนุษย์เรามักใช้ความรู้สึกเป็นตัวตัดสินใจก่อน จากนั้นจึงค่อยพยายามหาเหตุผลมารองรับ (Support) สิ่งที่ตัดสินใจไปแล้ว 

ตัวอย่างเช่น การตัดสินใจซื้อประกันชีวิตเพียงเพราะรู้สึกประทับใจ ซาบซึ้งในคำพูดหรือการนำเสนอของพนักงานขาย มากกว่าการพิจารณาจากแผนการเงินของตนเองจริง ๆ

วิธีแก้เกม: สร้างระบบและเป้าหมาย

เพื่อป้องกันไม่ให้อารมณ์มานำทางกระเป๋าสตางค์ สามารถจัดการได้ด้วยแนวทางพื้นฐานดังนี้:

1. ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน: ควรกำหนดเป้าหมายทางการเงินให้ครอบคลุมทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อเป็นหางเสือคอยกำกับการใช้เงิน

2. สร้างระบบการจัดการเงิน: หากรู้ตัวว่าเป็นคนเก็บเงินไม่อยู่ ต้องสร้างระบบบังคับตัวเอง เช่น เมื่อเงินเดือนออก ให้หักเงินส่วนที่ต้องการออมหรือลงทุนแยกออกไปทันที (เก็บก่อนใช้) ในบัญชีที่เข้าถึงยาก และใช้จ่ายเฉพาะเงินส่วนที่เหลือเท่านั้น เพื่อป้องกันการใช้เงินเกินตัวตามอารมณ์

3. ทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย: เป็นจุดเริ่มต้นที่ง่ายและเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุดของการบริหารเงิน เพื่อให้เราเห็นพฤติกรรมการใช้จ่ายและอุดรอยรั่วทางการเงินได้อย่างตรงจุด

การบริหารเงินและการลงทุนไม่มีสูตรสำเร็จที่ตายตัว หรือสามารถลอกเลียนแบบกันได้ 100% สิ่งสำคัญที่สุดคือการสำรวจความจำเป็นของตนเอง และมีวินัยในการทำตามแผนที่วางไว้อย่างเคร่งครัด

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์  เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital