ทำไมต้องมี “เงินสำรองฉุกเฉิน” เคล็ดลับรอดพ้นทุกวิกฤตการเงิน

/
/
/
/
ทำไมต้องมี “เงินสำรองฉุกเฉิน” เคล็ดลับรอดพ้นทุกวิกฤตการเงิน

ทำไมต้องมี “เงินสำรองฉุกเฉิน” การสร้างความมั่นคงทางการเงินมักเป็นเป้าหมายสูงสุดในชีวิตของใครหลายคน แต่เมื่อต้องเผชิญกับความเป็นจริงที่ว่ารายได้จากเงินเดือนไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ในขณะที่ค่าครองชีพกลับสูงขึ้นทุกวัน คำถามสำคัญที่ตามมาคือ เราจะบริหารจัดการเงินที่มีอยู่อย่างจำกัดนี้อย่างไรให้เกิดความมั่งคั่งและสามารถพึ่งพาตัวเองได้ในระยะยาว

เคล็ดลับสำคัญไม่ได้อยู่ที่การมีรายได้มหาศาลเสมอไป แต่อยู่ที่ “วิธีการ” และ “วินัย” ในการจัดการเงินอย่างชาญฉลาด ซึ่งสามารถเริ่มต้นทำได้ทันทีด้วยหลักการวางแผนการเงินที่ยั่งยืน ดังต่อไปนี้

ปฏิวัติสมการการออม เปลี่ยนแนวคิดเพื่อชีวิตที่มั่งคั่ง
คนส่วนใหญ่มักตกหลุมพรางของความเคยชินทางการเงิน โดยยึดติดกับสมการดั้งเดิมคือ “รายได้ – ค่าใช้จ่าย = เงินออม” ปัญหาของสมการนี้คือ เมื่อเราให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายก่อน ท้ายที่สุดแล้วมักจะไม่มีเงินเหลือพอสำหรับการออมเลย

แนวทางที่นักวางแผนการเงินแนะนำและพิสูจน์แล้วว่าได้ผลจริง คือการปรับสมการใหม่เป็น “รายได้ – เงินออม = ค่าใช้จ่าย” หรือที่รู้จักกันในชื่อหลักการ Pay Yourself First (จ่ายให้ตัวเองก่อน) ทันทีที่ได้รับเงินเดือนหรือรายได้เข้ามา ให้หักเงินส่วนหนึ่งออกมาเป็นเงินออมทันที แล้วจึงนำเงินส่วนที่เหลือไปบริหารจัดการเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน วิธีนี้จะรับประกันได้ว่าเราจะมีเงินเก็บงอกเงยขึ้นในทุก ๆ เดือนอย่างแน่นอน

ก้าวแรกสำคัญที่สุด: เริ่มต้นออมแม้เพียงเล็กน้อย
ตามหลักการวางแผนการเงินที่เหมาะสม สัดส่วนการออมที่แนะนำคืออย่างน้อย 10% ของรายได้ต่อเดือน แต่ในทางปฏิบัติ หลายคนอาจรู้สึกว่าตัวเลขนี้สร้างความตึงเครียดให้กับสภาพคล่องในชีวิตประจำวันมากเกินไป

ความจริงก็คือ จำนวนเงินไม่สำคัญเท่ากับ “การลงมือทำ” หาก 10% ดูเป็นตัวเลขที่สูงเกินไป ให้เริ่มต้นจากจำนวนเงินที่ทำได้โดยไม่รู้สึกลำบาก ไม่ว่าจะเป็น 500 บาท หรือ 1,000 บาทต่อเดือน ขอเพียงแค่เริ่มเก็บ การเริ่มต้นด้วยเงินจำนวนน้อยจะช่วยสร้าง “วินัยทางการเงิน” ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่สุด เมื่อเวลาผ่านไปและเราเริ่มเห็นตัวเลขในบัญชีที่ค่อยๆ เติบโตขึ้น สิ่งนี้จะกลายเป็นกำลังใจและแรงผลักดันชั้นดีให้เราอยากออมเงินเพิ่มขึ้นในอนาคต

เครื่องมือการลงทุนสำหรับมือใหม่: สร้างผลตอบแทนอย่างปลอดภัย
เมื่อเริ่มมีเงินออมแล้ว การปล่อยเงินทิ้งไว้ในบัญชีออมทรัพย์ธรรมดาอาจทำให้เสียโอกาสในการรับผลตอบแทนที่สูงกว่า สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นและไม่อยากรับความเสี่ยงสูง มีทางเลือกที่น่าสนใจดังนี้

การฝากประจำแบบปลอดภาษี (24 เดือน): เป็นการบังคับตัวเองให้ฝากเงินจำนวนเท่า ๆ กันทุกเดือน เมื่อครบกำหนด 2 ปี คุณจะได้เงินก้อนใหญ่พร้อมดอกเบี้ย เพื่อนำไปต่อยอดในการลงทุนขั้นต่อไป

กองทุนรวมตลาดเงิน (Money Market Fund): เป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสภาพคล่องสูงและรับความเสี่ยงได้ต่ำ กองทุนประเภทนี้จะนำเงินไปลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นหรือพันธบัตรรัฐบาล ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝากเงินในบัญชีออมทรัพย์ทั่วไป ข้อดีคือสามารถเริ่มต้นลงทุนได้ด้วยเงินเพียง 1 บาท และมีสภาพคล่องสูง (หากสั่งขายกองทุนวันนี้ จะได้รับเงินโอนเข้าบัญชีในวันทำการถัดไป)

ทางออกเมื่อรายได้ไม่เพียงพอต่อการออม
สำหรับผู้ที่เผชิญปัญหารายได้น้อยจนแทบไม่เหลือพอสำหรับค่าใช้จ่ายพื้นฐาน การฝืนออมอาจทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง ในสถานการณ์เช่นนี้ การแก้ปัญหาควรทำ 2 ส่วนควบคู่กันไป

อุดรอยรั่วของค่าใช้จ่าย: สำรวจพฤติกรรมการใช้เงินของตัวเองว่ามีค่าใช้จ่ายส่วนไหนที่ไม่จำเป็นและสามารถตัดทอนออกไปได้บ้าง

เพิ่มศักยภาพในการหารายได้: การลดค่าใช้จ่ายมีขีดจำกัด แต่การหารายได้เพิ่มไม่มีขีดจำกัด สำรวจทักษะ ความถนัด และเวลาว่างของตนเอง เพื่อมองหาช่องทางสร้างรายได้เสริม การมีรายได้มากกว่าหนึ่งช่องทางไม่เพียงแต่จะทำให้มีเงินเหลือสำหรับออม แต่ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตโดยไม่ต้องทนลำบากจนเกินไป

รากฐานที่แข็งแกร่ง: การเตรียมเงินสำรองฉุกเฉิน (Emergency Fund)
ก่อนที่จะก้าวไปสู่การลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้น หรือการนำเงินไปโปะหนี้ก้อนใหญ่ กฎเหล็กที่ห้ามละเลยเด็ดขาดคือการเตรียม “สภาพคล่อง” หรือเงินสำรองฉุกเฉิน เงินก้อนนี้มีความสำคัญมากในยามที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น เจ็บป่วยกะทันหัน ว่างงาน หรือวิกฤตเศรษฐกิจ

ขนาดของเงินสำรองฉุกเฉินที่เหมาะสมจะแตกต่างกันไปตามลักษณะอาชีพ

มนุษย์เงินเดือนหรือพนักงานประจำ: ควรเตรียมเงินสำรองเผื่อไว้เทียบเท่ากับค่าใช้จ่ายรายเดือนประมาณ 3 – 6 เดือน เนื่องจากมีรายได้ที่ค่อนข้างแน่นอน

อาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์: ควรเตรียมเงินสำรองไว้สูงถึง 12 เดือน เนื่องจากรายได้มีความผันผวนสูงและไม่มีสวัสดิการรองรับที่แน่นอน (ดังบทเรียนที่หลายคนได้รับจากช่วงวิกฤตโรคระบาดที่ผ่านมา)

การบรรลุเป้าหมายทางการเงินไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่เกิดจากการสะสมความรู้ การปรับเปลี่ยนทัศนคติ และการมีวินัยในการลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ เริ่มต้นวางแผนตั้งแต่วันนี้ แม้จะทีละก้าวเล็ก ๆ แต่ก็เป็นก้าวที่มั่นคงสู่ความมั่งคั่งและอิสรภาพทางการเงินในอนาคตได้อย่างแน่นอน

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์  เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital