จากเงินออมสู่เงินเกษียณ: เรื่องเงินหลังเกษียณเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องคิดถึงสักวัน ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม เพราะยิ่งเริ่มวางแผนเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีเวลาให้เงินงอกเงยมากขึ้นเท่านั้น บทความนี้จะพาไปดูแนวคิดและประสบการณ์จริงจากผู้บริหารวัย 51 ปีที่กำลังเดินเข้าใกล้วัยเกษียณ ผสมกับมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์การลงทุน ที่ช่วยกันสรุปแนวทางง่าย ๆ สำหรับคนทั่วไปที่อยากเริ่มวางแผนการเงินระยะยาว
เป้าหมายชัดเจน คือจุดเริ่มต้นที่ดี
ผู้บริหารในเรื่องนี้มีเป้าหมายการเงินที่ชัดเจนสองอย่าง คือ อยากมีเงินพอใช้ตอนเกษียณ และอยากส่งต่อทรัพย์สินที่สะสมมาทั้งชีวิตให้ลูก เขาเริ่มทำงานและเก็บออมตั้งแต่อายุ 18 ปี โดยเริ่มจากการทำประกันชีวิตก่อนเป็นอันดับแรก เพราะมองว่าเป็นความมั่นคงพื้นฐานที่ต้องมีก่อนเรื่องอื่น
จากนั้นเมื่อมีรายได้มากขึ้นและต้องบริหารเรื่องภาษีในฐานะผู้บริหาร เขาจึงเลือกกระจายเงินลงทุนไปในกองทุนที่ช่วยลดหย่อนภาษีหลายประเภท รวมแล้วเกือบ 30 กองทุน แม้จะเคยขาดทุนจากการลงทุนในบางกองทุนและหุ้นต่างประเทศมาก่อน แต่ภาพรวมพอร์ตการลงทุนก็ยังให้ผลตอบแทนเป็นบวก โดยเฉพาะกองทุนกลุ่มนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทำกำไรได้ดีถึง 50%
กองทุนลดหย่อนภาษี ตัวช่วยที่ทุกคนควรรู้จัก
การซื้อกองทุนเพื่อลดหย่อนภาษีไม่ใช่แค่เรื่องประหยัดภาษี แต่ยังเป็นเหมือน “ส่วนลด” ในการลงทุนด้วย ยกตัวอย่างง่าย ๆ ถ้าใครอยู่ในฐานภาษี 10% แล้วซื้อกองทุนทองคำเพื่อลดหย่อนภาษี ก็เหมือนได้ซื้อทองคำในราคาที่ถูกกว่าราคาตลาดถึง 10% เลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม เรื่องที่ยากที่สุดสำหรับนักลงทุนทุกคนคือ “จังหวะเวลา” ว่าควรถือสินทรัพย์นั้นไว้นานแค่ไหน เพราะไม่มีใครถือครองสินทรัพย์ไปได้ตลอดกาล และตลาดหุ้นไทยทุกวันนี้ก็เปลี่ยนไปมากจากเมื่อ 20-30 ปีก่อน
สำหรับกองทุนสองประเภทที่คนไทยคุ้นเคย คือ LTF และ RMF มีข้อแตกต่างที่ควรรู้ กองทุน LTF จะจำกัดให้ลงทุนเฉพาะหุ้นไทยเท่านั้น ในขณะที่ RMF มีความยืดหยุ่นมากกว่า สามารถเลือกลงทุนในสินทรัพย์ได้หลากหลาย จึงเหมาะกับการออมระยะยาวมากกว่า
มือใหม่อยากลงทุนต่างประเทศ เริ่มจากตรงไหนดี
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำงาน เริ่มเสียภาษี หรืออยากลองลงทุนต่างประเทศ คำแนะนำคือให้เริ่มจากกองทุนดัชนี หรือที่เรียกว่า Index ETF แทนการเลือกซื้อหุ้นต่างประเทศเป็นรายตัว เพราะคนทั่วไปมักไม่มีความเชี่ยวชาญในหุ้นต่างชาติเท่ากับหุ้นไทย
ยกตัวอย่างกองทุนที่อิงดัชนี SET50 ของไทย ซึ่งจะคัดเลือกบริษัทที่ดีที่สุด 50 อันดับแรกโดยอัตโนมัติตามเกณฑ์ทางการเงิน และปรับพอร์ตให้ทุกครึ่งปี วิธีนี้ช่วยลดความเครียดเรื่องการเลือกหุ้นรายตัว ผู้ลงทุนแค่ต้องติดตามภาพรวมเศรษฐกิจว่าจะไปในทิศทางไหนก็เพียงพอแล้ว
หัวใจของการลงทุน เริ่มจาก “เข้าใจตัวเอง”
หลักคิดสำคัญของการลงทุนมีอยู่ 3 ข้อ คือ หนึ่ง เข้าใจตัวเอง สอง ศึกษาความเปลี่ยนแปลงของโลกและตลาด และสาม รู้จักบริหารความไม่แน่นอน โดยข้อแรกคือสิ่งสำคัญที่สุด เพราะถ้ายังไม่เข้าใจตัวเองว่ารับความเสี่ยงได้แค่ไหน มีเป้าหมายอะไร การวางแผนขั้นต่อไปจะทำได้ยากมาก
การลงทุนที่ดีจึงไม่ใช่การลอกสูตรสำเร็จจากตำรา หรือทำตามคนอื่นไปเรื่อย ๆ แต่ต้องหาสไตล์ที่เหมาะกับตัวเองจริง ๆ และแม้ว่าเมื่ออายุมากขึ้นโดยธรรมชาติแล้วเราควรลดความเสี่ยงลง แต่ก็ไม่ได้แปลว่าคนสูงวัยจะลงทุนไม่ได้ เพียงแค่ต้องปรับ “วิธีการลงทุน” ให้เหมาะสมมากขึ้นเท่านั้น
ในกรณีตัวอย่างของผู้บริหารวัย 51 ปี เมื่อได้ลองทำแบบทดสอบเพื่อค้นหาสไตล์การลงทุนของตัวเอง ก็พบว่าสามอันดับแรกที่เหมาะกับเขาคือ กองทุนรวม อสังหาริมทรัพย์ และสินทรัพย์ทางเลือกอย่างคริปโทเคอร์เรนซี ซึ่งกลายเป็นแนวทางหลักที่ช่วยให้เขาวางแผนจัดพอร์ตเพื่อเตรียมเกษียณและส่งต่อทรัพย์สินให้ลูกได้อย่างมั่นคง
ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ การเริ่มต้นวางแผนการเงินเพื่อวัยเกษียณควรเริ่มจากการทำความเข้าใจตัวเองก่อนว่ารับความเสี่ยงได้แค่ไหน มีเป้าหมายอะไร จากนั้นค่อยศึกษาเครื่องมือทางการเงินต่าง ๆ อย่างประกันชีวิต กองทุนลดหย่อนภาษี หรือกองทุนดัชนี ที่ช่วยให้การลงทุนเป็นระบบและควบคุมความเสี่ยงได้ง่ายขึ้น ที่สำคัญคือไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านหุ้นก็สามารถเริ่มต้นวางแผนเกษียณได้ ขอเพียงเริ่มต้นเร็ว มีวินัย และเลือกแนวทางที่เหมาะกับตัวเองจริง ๆ
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






