เกาหลีใต้ชูมาตรการเข้ม คุมสินเชื่ออสังหาฯ ลดความเสี่ยงฟองสบู่แตก

/
/
/
เกาหลีใต้ชูมาตรการเข้ม คุมสินเชื่ออสังหาฯ ลดความเสี่ยงฟองสบู่แตก

เกาหลีใต้ชูมาตรการเข้ม: ประธานาธิบดี อี แจมยอง แห่งเกาหลีใต้ ได้ออกมาส่งสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของประเทศ โดยได้นำวิกฤตฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ของประเทศญี่ปุ่นที่เคยแตกสลายในช่วงต้นทศวรรษ 1990 มาใช้เป็นกรณีศึกษาเปรียบเทียบ

ผู้นำเกาหลีใต้แสดงความกังวลอย่างยิ่งว่า หากปล่อยให้ภาวะความร้อนแรงเกินไปในตลาดที่อยู่อาศัยดำเนินต่อไปโดยไม่แก้ไข เกาหลีใต้อาจต้องเผชิญกับ “ทศวรรษที่สูญหาย” (Lost decades) หรือภาวะเศรษฐกิจชะงักงันยาวนานถึง 20-30 ปี เช่นเดียวกับอดีตที่ญี่ปุ่นเคยเผชิญหลังตลาดสินทรัพย์และตลาดหุ้นพังทลาย

ต้นตอสำคัญของความกังวลนี้มาจากข้อเท็จจริงที่ว่า ความมั่งคั่งของครัวเรือนเกาหลีใต้ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์ (Real assets) ในสัดส่วนที่สูงมากถึง 75.8% ขณะที่สัดส่วนของสินทรัพย์ทางการเงินมีเพียง 24.2% เท่านั้น รัฐบาลจึงพยายามปรับเปลี่ยนโครงสร้างดังกล่าวโดยการดึงดูดเม็ดเงินให้ไหลออกจากภาคที่อยู่อาศัยเข้าสู่ตลาดทุนแทน 

ซึ่งก็ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมจากการที่ประธานาธิบดีสามารถผลักดันดัชนีหุ้น Kospi ให้ทะยานทะลุระดับ 5,000 จุด และปัจจุบันทรงตัวอยู่ที่ราว 6,700 จุด โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากยุคทองของอุตสาหกรรมชิป AI อย่างบริษัท Samsung Electronics และ SK Hynix แม้จะมีความผันผวนจากการพึ่งพาหุ้นขนาดใหญ่ก็ตาม

อย่างไรก็ตาม บรรดานักเศรษฐศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญมองว่าการนำไปเปรียบเทียบกับวิกฤตของญี่ปุ่นและกังวลเรื่องฟองสบู่แตกนั้นอาจถูกประเมินสูงเกินจริง คัง มินจู นักเศรษฐศาสตร์จาก ING ประเมินว่าความเสี่ยงฟองสบู่ในเกาหลีใต้มีจำกัด 

เนื่องจากเกาหลีใต้มีมาตรการควบคุมสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่เข้มงวดมานานหลายปี โดยเฉพาะการกดอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) ในเขตกรุงโซลให้ลดลงจาก 80% เหลือต่ำกว่า 40% ควบคู่ไปกับการคุมอัตราส่วนหนี้สินต่อรายได้ (DTI) อย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ อัตราส่วนหนี้สินครัวเรือนต่อจีดีพีในปี 2024 แม้จะอยู่ในระดับสูงที่ 90.14 แต่ก็ถือว่าปรับลดลงมาจากจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 98.67 ในปี 2021 แล้ว

ในขณะเดียวกัน แกเร็ธ เลเธอร์ จาก Capital Economics ชี้ให้เห็นว่าความหวาดกลัวเรื่องฟองสบู่นี้ดูเกินความจริงไปบ้าง เพราะปัญหาการเพิ่มขึ้นของราคาบ้านอย่างรวดเร็วเกิดขึ้นกระจุกตัวอยู่แค่เพียงในกรุงโซลเท่านั้น สวนทางกับเมืองใหญ่อื่นๆ อย่างปูซานที่ราคาบ้านปรับลดลงมาเหลือเกือบ 80% ของราคาก่อนหน้า ยิ่งไปกว่านั้น กฎระเบียบที่บังคับให้ผู้ซื้อบ้านต้องวางเงินดาวน์ก้อนใหญ่ ยังเป็นเกราะป้องกันไม่ให้เกิดภาวะมูลค่าบ้านต่ำกว่ายอดหนี้ จนลุกลามไปสร้างความเสียหายต่อระบบธนาคาร

เมื่อประเมินในแง่ของเสถียรภาพระดับมหภาค หม่า เถี่ยอิง จากศูนย์วิจัย DBS ระบุว่า โครงสร้างเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ในปัจจุบันมีกลไกการป้องกันวิกฤตที่เข้มแข็งกว่าญี่ปุ่นในยุค 1990 เพราะเกาหลีใต้ไม่ได้เผชิญกับการหลั่งไหลของเงินทุนต่างชาติจำนวนมหาศาล หรือภาวะค่าเงินแข็งค่าอย่างต่อเนื่องเหมือนช่วงก่อนฟองสบู่ญี่ปุ่นแตก

 สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ธนาคารกลางเกาหลีใต้มีจุดยืนเชิงรุกและลงมือรับมือกับเงินเฟ้อและความไม่สมดุลทางการเงินได้รวดเร็วกว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นในอดีตที่ขึ้นดอกเบี้ยช้าเกินไป นโยบายเหล่านี้ทำให้ธนาคารกลางมีความยืดหยุ่นและช่วยปกป้องเกาหลีใต้ไม่ให้ต้องเผชิญกับภาวะวิกฤตล่มสลายแบบที่ญี่ปุ่นเคยประสบ

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์  เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25  เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital