ไทยเดินหน้าเจรจาสหรัฐฯ: เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 (ตามเวลาของสหรัฐอเมริกา) ได้มีการประกาศบังคับใช้มาตรการทางภาษีภายใต้ กฎหมายการค้ามาตรา 301 (Section 301) อย่างเป็นทางการ มาตรการดังกล่าวส่งผลให้มีการเรียกเก็บอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศไทยและอีก 37 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศคู่แข่งทางการค้าที่สำคัญอย่างเวียดนาม ฟิลิปปินส์ และจีน ใน อัตรา 12.5%
การปรับเพิ่มอัตราภาษีในครั้งนี้เพิ่มขึ้น 2.5% จากเดิมที่เคยจัดเก็บอยู่ที่ 10% ภายใต้มาตรา 122 ซึ่งหมดอายุลงในวันเดียวกัน สาเหตุหลักที่สหรัฐฯ อ้างถึงในการประกาศใช้มาตรการนี้ คือข้อกล่าวหาที่ว่าประเทศคู่ค้าไม่มีการกำหนดและบังคับใช้มาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตจากการใช้แรงงานบังคับอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังอยู่ระหว่างการไต่สวนข้อกล่าวหาเรื่องกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง (Structural Excess Capacity) ต่อ 16 ประเทศรวมถึงไทย ซึ่งทางกระทรวงพาณิชย์กำลังติดตามผลการไต่สวนอย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยอาจคลายความกังวลลงได้บ้าง เนื่องจาก สหรัฐฯ ได้ประกาศยกเว้นการเก็บภาษีเพิ่ม 12.5% ให้กับสินค้าไทยจำนวนมากถึง 2,120 รายการ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของมูลค่าสินค้าที่ไทยส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ
สินค้าสำคัญที่ได้รับการยกเว้น ได้แก่ วงจรรวม หน่วยเก็บข้อมูล (HDD) ชิ้นส่วนอากาศยาน ยางธรรมชาติ ยางแผ่นและยางแท่ง แป้งมันสำปะหลัง สับปะรด ผลไม้สดและแห้ง มะพร้าว และน้ำตาลจากอ้อย เป็นต้น ข้อยกเว้นเหล่านี้ทำให้กระทรวงพาณิชย์เชื่อมั่นว่า สินค้าส่งออกของไทยยังคงสามารถรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ ได้
ในด้านการรับมือระดับนโยบาย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เร่งหารือกับทางการสหรัฐฯ เพื่อเจรจาหา ข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน (Agreement on Reciprocal Trade: ART) โดยมุ่งหวังให้เกิดประโยชน์สูงสุดร่วมกันของทั้งสองฝ่าย กระนั้น รัฐบาลได้ตอกย้ำจุดยืนที่หนักแน่นว่า การเจรจาจะต้องตั้งอยู่บนผลประโยชน์ส่วนรวมของชาติและสร้างผลประโยชน์ที่สมดุล
โดยไทยจะไม่ยอมแลกเปลี่ยนหรือผ่อนปรนในประเด็นที่อ่อนไหวซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาวะของประชาชน ความมั่นคงของประเทศ หรือริดรอนอำนาจในการกำหนดนโยบายของรัฐบาล เพียงเพื่อแลกกับข้อสรุปที่รวดเร็ว ด้วยจุดยืนนี้ กระบวนการเจรจาของไทยจึงอาจต้องใช้ระยะเวลามากกว่าบางประเทศในภูมิภาค
ควบคู่ไปกับการเจรจา กระทรวงพาณิชย์ได้เตรียม มาตรการเชิงรุกเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งประกอบด้วยการจัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อเสริมสภาพคล่อง มาตรการสนับสนุนด้านภาษีสำหรับผู้ส่งออก และการช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ รวมไปถึงการส่งเสริมให้ใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนภายในประเทศเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ห่วงโซ่อุปทาน ในระยะยาว
รัฐบาลยังมีนโยบายเร่งเจาะตลาดใหม่ๆ เพื่อกระจายความเสี่ยง และปรับโครงสร้างการส่งออกให้มีความยืดหยุ่น ลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยให้พร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนของการค้าโลกได้อย่างยั่งยืน
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






