“หมูเถื่อน” ภัยร้ายที่ทำลายเกษตรกรไทย | เงินทองของจริง

/
/
/
“หมูเถื่อน” ภัยร้ายที่ทำลายเกษตรกรไทย | เงินทองของจริง

“หมูเถื่อน” ภัยร้ายที่ทำลายเกษตรกรไทย | เงินทองของจริง

ข่าวช่วงหลังมานี้เราเห็นการลักลอบขน “หมูเถื่อน” เข้ามาในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก มาเจาะลึกกันถึงเรื่องของหมูเถื่อนกัน ว่ามันคืออะไร และทำไมถึงต้องลักลอบเข้ามา 
ในช่วงเวลานี้ที่ประเทศไทยกำลังประสบกับการระบาดของ “หมูเถื่อน” หรือที่เรียกกันอีกชื่อว่า “หมูกล่อง” ที่เป็นเนื้อสุกรนำเข้าที่ไม่ผ่านมาตรฐานการตรวจสอบความปลอดภัย กำลังระบาดในประเทศไทยอย่างหนักอยู่ในขณะนี้ ซึ่งตั้งแต่ต้นปี 2566 จนถึงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ผู้เลี้ยงได้รับผลกระทบจาก “หมูเถื่อน” หนักหนาสาหัส
เนื้อหมูที่ต้นทางมาจากบางประเทศยังอนุญาตให้ใช้สารเร่งเนื้อแดงในการเลี้ยงได้ ซึ่งเป็นสารก่อให้เกิดโรคมะเร็ง ซึ่งประเทศไทยห้ามใช้มานานมากกว่า 20 ปี เพื่อคุ้มครองคนไทยให้มีอาหารปลอดภัยบริโภค และยังบั่นทอนแรงจูงใจของเกษตรกรไทยไม่เดินหน้าต่อนำหมูรุ่นใหม่เข้าเลี้ยง ด้วยหมูลักลอบนำเข้า เป็นตัวการทำลายเสถียรภาพราคาในประเทศ ทำให้กลไกตลาดบิดเบือน เพราะเนื้อหมูนำเข้ามีต้นทุนที่ต่ำกว่าจึงสามารถขายถูกกว่าหมูในประเทศไทย
กรณีการลักลอบนำเข้าสินค้าไม่ตรงตามกฎหมายเกี่ยวกับเนื้อสุกรที่จะปนเปื้อนสินค้าอื่น เช่นทางเรือ ที่จะไม่แจ้งกับด่านว่าสิ่งที่นำมาเป็นเนื้อปศุสัตว์ และทางอากาศ ที่จะลักลอบนำเข้าชิ้นส่วนขนาดเล็ก เป็นประเด็นที่เป็นอันตราย และเป็นอุทกภัยสำหรับการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของเนื้อสุกรและผลิตภัณฑ์เนื้อสุกรในประเทศไทย
การลักลอบนำเข้าทางเรืออาจทำให้ด่านตรวจสอบมีความยากลำบากในการตรวจสอบและควบคุมสินค้าที่เข้ามา โดยเฉพาะเมื่อเนื้อหมูที่นำมาถูกปนกับสินค้าอื่นๆ ที่ไม่ใช่เนื้อสุกร สิ่งนี้อาจทำให้หน่วยงานต้องใช้เวลาและแรงงานเพิ่มขึ้นเพื่อตรวจสอบการปนเปื้อนและความปลอดภัยของสินค้าที่นำเข้า
แน่นอนว่าการลักลอบค้าหมูเถื่อนนั้นนอกจากจะเป็นอันตรายกับผู้บริโภคแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อพี่น้องที่เลี้ยงสุกรในประเทศเราเช่นกัน เนื่องจาก หมูเป็นเนื้อสัตว์ที่ได้รับความนิยมทั่วโลกเนื่องจากรสชาติเป็นเอกลักษณ์และมีกลิ่นเฉพาะตัวที่โดดเด่น
ที่สำคัญคือ ระบบการเลี้ยงหมูในประเทศไทยมีคุณภาพและมาตรฐานที่แข่งขันกับชาติอื่น
สิ่งที่น่าภูมิใจของคนไทยคือการยกเลิกการใช้สารเร่งเนื้อแดง ตั้งแต่ปี 2547 ซึ่งเป็นการยกเลิกสารเร่งเนื้อแดงเป็นการป้องกันไม่ให้สารตกค้างอันอันตรายส่งผลต่อความปลอดภัยของเนื้อสุกรและผลิตภัณฑ์เนื้อสุกร ทำให้เนื้อสุกรที่ผลิตในประเทศไทยเป็นสินค้าคุณภาพที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค
แต่เนื่องจากการลักลอบนำเข้าหมูเถื่อน เลยทำให้ราคาต้นทุนตกต่ำ โดยปัจจุบัน ประกาศราคาหมูมีชีวิตหน้าฟาร์ม อยู่ที่ 66-74 บาทต่อกิโลกรัมเท่านั้น
การระบาดของ “หมูเถื่อน” หรือ “หมูกล่อง” ไม่เพียงทำให้กลุ่มเกษตรกรได้รับผลกระทบอย่างหนัก แต่ยังเกิดความกังวลในเรื่องความปลอดภัยของผู้บริโภคทั่วไปที่อาจต้องบริโภคเนื้อสุกรที่ไม่ปลอดภัย และอาจมีเชื้อโรคระบาดสัตว์ ASF เข้ามาซ้ำเติมสุกรไทย สรุปคือ การรับมือกับปัญหา “หมูเถื่อน” จำเป็นต้องเป็นมาตรการอันเคร่งครัดในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของเนื้อสุกรที่นำมาทางนำเข้าในประเทศไทยและการปรับปรุงระบบตรวจสอบและควบคุมสินค้าที่เข้ามาเพื่อปกป้องสุขภาพของผู้บริโภคในประเทศไทยด้วยเช่นกัน
พบกับ “โคชหนุ่ม” และ “กาย สวิตต์” ได้ใน “เงินทองของจริง” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.05-9.15 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digital

รับชมผ่าน YouTube ได้ที่  https://youtube.com/live/xl4oYUKJVRU

บทความที่เกี่ยวข้อง

รายการอื่นๆ

ถกไม่เถียง, คิดฝัน, เงินทองของจริง

ขายดีแต่ไม่มีกำไร ? เจาะต้นทุนแฝงที่ร้านค้ามักมองข้าม 

ขายดีแต่ไม่มีกำไร ?: การทำธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงไม่ได้ขึ้นอยู่กับรสชาติหรือคุณภาพสินค้าเพียงอย่างเดียว ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยทำสินค้าได้ดีเยี่ยมและมีลูกค้าสนใจ...

ค่าเช่าหลักล้านคุ้มไหม ? เมื่อทำเลคือการลงทุนสร้างแบรนด์

ค่าเช่าหลักล้าน: ในโลกธุรกิจปัจจุบัน สินค้าที่ดีอาจยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ร้านอยู่รอดและเติบโต สิ่งที่ช่วยตัดสินว่าธุรกิจจะไปได้ไกลแค่ไหนคือกลยุทธ์การตลาดและการเลือกทำเลที่ตั้ง...

ออมสิน ขานรับนโยบายรัฐ ช่วยลูกหนี้น้ำท่วมตั้งหลัก พักหนี้ – ไม่คิดดอกเบี้ย 3 เดือนยกระดับสินเชื่อเติมทุนซ่อมบ้าน – ฟื้นอาชีพ – ฟื้นกิจการ ดอกเบี้ย 0% ใน 6 เดือนแรก

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า...

หลุด “น้ำเงิน” แตกคอ ? ขุด “นาฬิกาหรู-สามีพันล้าน” สกัดพ่อ “ไอเดียร์” ชิงเก้าอี้ รมว. !

เจาะลึกปมร้อนตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและธุรกิจสามี “ส.ส.ไอเดียร์” สุชาดา ถูกโยงเว็บพนันต่างประเทศ...

จากมนุษย์เงินเดือน สู่เจ้าของแบรนด์ขนมปัง “ปังเว่อร์”

จากมนุษย์เงินเดือน: หลายคนที่ทำงานประจำมานาน มักมีช่วงเวลาหนึ่งที่เริ่มถามตัวเองว่า “เราจะอยู่แบบนี้ไปตลอดหรือเปล่า”...