จากมนุษย์เงินเดือน สู่เจ้าของแบรนด์ขนมปัง “ปังเว่อร์”

/
/
/
/
จากมนุษย์เงินเดือน สู่เจ้าของแบรนด์ขนมปัง “ปังเว่อร์”

จากมนุษย์เงินเดือน สู่เจ้าของแบรนด์ขนมปัง “ปังเว่อร์”

จากมนุษย์เงินเดือน: หลายคนที่ทำงานประจำมานาน มักมีช่วงเวลาหนึ่งที่เริ่มถามตัวเองว่า “เราจะอยู่แบบนี้ไปตลอดหรือเปล่า” คำถามนี้มักไม่ได้มาพร้อมวิกฤต แต่ค่อย ๆ โผล่ขึ้นมาในวันที่ชีวิตดูลงตัว เมื่อทุกอย่างวนซ้ำจนแทบเดาได้ล่วงหน้า และเริ่มสงสัยว่าความมั่นคงที่มีอยู่ คือสิ่งที่ตัวเองต้องการจริง ๆ หรือเป็นเพียงความเคยชิน

ซึ่งคำถามนี้ก็เกิดขึ้นกับคุณแอมป์ สุธารัตน์ คุ้นมาก และ คุณณุ วิษณุ วัฒนาสมบุญดี เช่นกัน และคำตอบที่พวกเขาเลือก ก็พาชีวิตไปสู่เส้นทางใหม่ ที่วันนี้กลายเป็นธุรกิจขนมปังแบรนด์ “ปังเว่อร์” ที่หลายคนรู้จัก

จุดเริ่มต้น: เมื่ออายุเข้าเลข 3 และอยากมีความมั่นคง

ทั้งคู่เริ่มคิดเรื่องการสร้างความมั่นคงในชีวิตตอนอายุเข้าสู่วัย 30 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่หลายคนเริ่มมองไปข้างหน้ามากขึ้น และอยากหลุดพ้นจากรูปแบบการทำงานประจำแบบเดิม ๆ

ในเวลานั้น แต่ละคนมีอาชีพของตัวเองอยู่แล้ว คนหนึ่งเป็นพนักงานบริษัทที่ขายวัสดุระเบิดสำหรับงานเหมืองแร่ ส่วนอีกคนทำอาชีพค้าขายทั่วไป ทั้งสองยังไม่ได้ทำธุรกิจร่วมกัน แต่มีจุดร่วมอย่างหนึ่งคือ ไม่หยุดมองหาโอกาสใหม่ ๆ

ก้าวแรกบนโลกออนไลน์

ทั้งคู่เริ่มต้นด้วยการลองขายของออนไลน์เป็นอาชีพเสริม โดยเลือกสินค้าที่กำลังเป็นกระแสในตอนนั้น เช่น น้ำสตรอเบอร์รี่ การขายตามกระแสทำให้ได้เรียนรู้เรื่องสำคัญหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการหาสินค้ามาขาย การดูแลลูกค้า และการบริหารช่องทางการตลาด แม้จะมีความท้าทายอยู่ไม่น้อยในช่วงแรก แต่พวกเขาก็ค่อย ๆ ปรับตัวและเรียนรู้ไปเรื่อย ๆ

วันที่ต้องตัดสินใจครั้งใหญ่

เมื่อเวลาผ่านไป รายได้จากการขายออนไลน์เริ่มเติบโตขึ้น จนในที่สุดสูงกว่ารายได้จากงานประจำ ประกอบกับช่วงเวลาที่ต้องคิดเรื่องการประเมินโบนัสและการแบ่งเวลาระหว่างงานประจำกับงานขาย ทำให้ทั้งสองคนต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ นั่นคือ การลาออกจากงานประจำ เพื่อทุ่มเทกับงานขายอย่างเต็มตัว

การลาออกจากงานที่มั่นคงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องยอมรับความเสี่ยงที่จะไม่มีเงินเดือนแน่นอนทุกเดือน แต่เมื่อเห็นว่าธุรกิจเสริมสร้างรายได้ได้ดีกว่า และตัวเองพร้อมจะลงแรงเต็มที่ พวกเขาจึงเลือกก้าวออกมา

รวมพลังกัน: จุดเปลี่ยนที่ทำให้ธุรกิจแข็งแรง

หลังจากลุยงานขายเต็มตัวได้ระยะหนึ่ง ทั้งคู่ตัดสินใจเปลี่ยนวิธีการทำงาน จากที่เคยแยกกันทำ มาเป็นการ นำความเชี่ยวชาญของแต่ละคนมารวมกัน แล้วเปิดธุรกิจร้านขนมปังร่วมกัน ภายใต้ชื่อ “ปังเว่อร์”

การรวมพลังครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะช่วยให้บริหารจัดการได้ดีขึ้นในหลายด้าน ทั้งช่องทางการขายและต้นทุน จากเดิมที่รายได้กระจายอยู่ในหลายช่องทาง การมีแบรนด์เดียวที่ชัดเจนทำให้ทิศทางของธุรกิจโฟกัสมากขึ้น ลูกค้าจดจำได้ง่ายขึ้น และควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

จากอาชีพเสริมสู่ธุรกิจหลัก

วันนี้ “ปังเว่อร์” เติบโตจนเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับจากลูกค้าทั่วไป จากอาชีพเสริมที่เริ่มต้นแบบเล็ก ๆ กลายเป็นธุรกิจหลักที่เลี้ยงชีวิตได้เต็มตัว

บทเรียนที่น่าสนใจจากเรื่องราวนี้

เรื่องราวของทั้งสองคนให้แง่คิดที่นำไปใช้ได้จริง

1. เริ่มจากเล็ก ๆ ได้เสมอ ไม่จำเป็นต้องลาออกทันที การเริ่มจากอาชีพเสริมช่วยให้ทดลองและเรียนรู้โดยที่ยังมีรายได้ประจำรองรับ

2. กล้าปรับตัวตามสถานการณ์ การขายสินค้าตามกระแสอาจไม่ยั่งยืนเสมอไป แต่ประสบการณ์ที่ได้ ช่วยให้พวกเขาพร้อมสำหรับก้าวต่อไป

3. ตัดสินใจเมื่อตัวเลขชัดเจน ทั้งคู่ลาออกเมื่อเห็นแล้วว่ารายได้จากธุรกิจสูงกว่างานประจำ ไม่ได้ตัดสินใจจากความรู้สึกเพียงอย่างเดียว

4. การรวมจุดแข็งช่วยให้ไปได้ไกลกว่า เมื่อสองคนที่มีทักษะต่างกันมาร่วมมือกัน ธุรกิจก็บริหารได้คล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เส้นทางของคุณสุธารัตน์และคุณนุ แสดงให้เห็นว่าความมั่นคงไม่ได้มาจากการอยู่กับที่เสมอไป บางครั้งความมั่นคงที่แท้จริงเกิดจากการกล้าลองสิ่งใหม่ เรียนรู้จากประสบการณ์ และตัดสินใจอย่างรอบคอบเมื่อถึงเวลา จากพนักงานบริษัทและพ่อค้าแม่ค้าธรรมดา วันนี้ทั้งคู่กลายเป็นเจ้าของแบรนด์ขนมปังที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และเป็นแรงบันดาลใจให้ใครอีกหลายคนที่กำลังมองหาโอกาสในชีวิตของตัวเอง

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์  เวลา 08.20 – 08.30 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25  เวลา 09.10 – 09.20 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital

บทความที่เกี่ยวข้อง

รายการอื่นๆ

ถกไม่เถียง, คิดฝัน, เงินทองของจริง

จากมนุษย์เงินเดือน สู่เจ้าของแบรนด์ขนมปัง “ปังเว่อร์”

จากมนุษย์เงินเดือน: หลายคนที่ทำงานประจำมานาน มักมีช่วงเวลาหนึ่งที่เริ่มถามตัวเองว่า “เราจะอยู่แบบนี้ไปตลอดหรือเปล่า”...