เบื้องหลัง “ประวัติศาสตร์” ที่ไม่เคยถูกเล่า “พระราชพิธีแห่งแผ่นดิน”

/
/
เบื้องหลัง “ประวัติศาสตร์” ที่ไม่เคยถูกเล่า “พระราชพิธีแห่งแผ่นดิน”

เบื้องหลัง “ประวัติศาสตร์” ที่ไม่เคยถูกเล่า “พระราชพิธีแห่งแผ่นดิน”

เบื้องหลัง “ประวัติศาสตร์” แห่ง “พระราชพิธีแห่งแผ่นดิน” การผสานศรัทธาและการปรับเปลี่ยนตามยุคสมัย
 
วันที่ 31 ต.ค. 68 ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ กรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ออกมาเล่าเรื่องราวผ่านรายการ  “ถกไม่เถียง” ทางช่อง 7HD กด 35 ดำเนินรายการโดย ทิน โชคกมลกิจ โดยได้ให้ความรู้ถึงจุดกำเนิดและความเป็นมาของธรรมเนียมปฏิบัติเหล่านี้ว่า พระราชพิธีทั้งหลายในประเทศไทยมีพื้นฐานมาจากความคิดความเชื่อที่มีรากฐานจากสองศาสนาหลักที่มีบทบาทอย่างยิ่งต่อชีวิตคนไทย ได้แก่ พระพุทธศาสนา ซึ่งเน้นเรื่องการทำบุญและการบำเพ็ญกุศลเพื่ออุทิศให้กับผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว รวมถึงการจัดงานในโอกาสเทศกาลสำคัญทางพุทธ และศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ซึ่งมีส่วนกำหนดธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับพระเจ้าแผ่นดิน โดยเชื่อว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระผู้เป็นเจ้าที่อวตารจากสรวงสวรรค์มาปกครองแผ่นดิน
 
ถกไม่เถียง : เบื้องหลัง “ประวัติศาสตร์” ที่ไม่เค
 
การผสานความคิดความเชื่อจากทั้งสองศาสนานี้ปรากฏชัดในหลายมิติ ในคติทางพระพุทธศาสนา พระเจ้าแผ่นดินทรงมีสถานะเป็นพระโพธิสัตว์ ผู้มาบำบัดทุกข์บำรุงสุขและสั่งสมบารมีเพื่อจะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต ขณะที่ในคติทางศาสนาพราหมณ์-ฮินดู มีความเชื่อว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็น องค์อวตารของเทพเจ้า เช่น พระพรหม หรือพระนารายณ์ ซึ่งเห็นได้จากสัญลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมและพระราชยานพาหนะ เช่น เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ซึ่งเปรียบพระองค์เสมือนพระพรหมที่มีหงส์ทองคำเป็นเทพพาหนะ หรือการใช้ตราครุฑบนรถยนต์พระที่นั่ง ซึ่งแสดงถึงความเป็นพระนารายณ์  
 
แม้หลักการสำคัญของพระราชพิธีจะถูกธำรงรักษาไว้ตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงรัตนโกสินทร์ แต่รายละเอียดและธรรมเนียมปฏิบัติก็มีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ธรรมเนียมการไว้ทุกข์ ซึ่งในอดีตหากมีเหตุสวรรคต ประชาชนทั้งแผ่นดินต้องโกนศีรษะเพื่อไว้ทุกข์ แต่ธรรมเนียมนี้ได้ถูกยกเลิกไปในรัชสมัยรัชกาลที่ 4 และ 5 เพราะทรงพิจารณาว่าเป็นความยากลำบากแก่ผู้คน นอกจากนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างพระมหากษัตริย์กับประชาชนยังมีความใกล้ชิดเพิ่มขึ้นตามกาลสมัย  
 
ถกไม่เถียง : เบื้องหลัง “ประวัติศาสตร์” ที่ไม่เค
 
การปรับเปลี่ยนยังรวมถึงการใช้ พระโกศด้วย ซึ่งเดิมคติการประดิษฐานพระบรมศพในพระโกศมาจากการต้องการให้พระศพอยู่ในรูปทรงกระบอกที่เชื่อมโยงกับความเชื่อทางพราหมณ์-ฮินดู แต่ในปัจจุบัน ด้วยพระราชนิยมในรัชกาลที่ 9 และแนวปฏิบัติในรัชกาลปัจจุบัน พระโกศจึงถูกตั้งไว้ด้านหน้าเพื่อเป็นพระเกียรติยศสูงสุดเท่านั้น ส่วนพระบรมศพ พระศพ หรือศพผู้ที่ได้รับพระราชทานโกศ จะประดิษฐานอยู่ในหีบด้านหลัง การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าธรรมเนียมและประเพณีของชาติยังคงดำรงอยู่ด้วยหลักคิดเดิม แต่รายละเอียดสามารถปรับให้เหมาะสมและอำนวยความสะดวกแก่ผู้คนในยุคสมัยใหม่ได้ เปรียบเสมือนแม่น้ำที่ยังคงรักษาสายน้ำเดิมไว้ แต่ปรับเปลี่ยนเส้นทางเล็กน้อยเพื่อรองรับการเดินทางของเรือสมัยใหม่                         
                            
ติดตาม รายการ “ถกไม่เถียง” ดำเนินรายการโดย “ทิน โชคกมลกิจ” ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 17.20-18.00 น.  ทางช่อง 7HD กด 35
 

 
ชมผ่าน YouTube ได้ที่ https://youtu.be/lNy1ant1a5k?si=XbIxcysSR4O1FoRE   
 

บทความที่เกี่ยวข้อง

รายการอื่นๆ

ถกไม่เถียง, คิดฝัน, เงินทองของจริง

ขายดีแต่ไม่มีกำไร ? เจาะต้นทุนแฝงที่ร้านค้ามักมองข้าม 

ขายดีแต่ไม่มีกำไร ?: การทำธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงไม่ได้ขึ้นอยู่กับรสชาติหรือคุณภาพสินค้าเพียงอย่างเดียว ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยทำสินค้าได้ดีเยี่ยมและมีลูกค้าสนใจ...

ค่าเช่าหลักล้านคุ้มไหม ? เมื่อทำเลคือการลงทุนสร้างแบรนด์

ค่าเช่าหลักล้าน: ในโลกธุรกิจปัจจุบัน สินค้าที่ดีอาจยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ร้านอยู่รอดและเติบโต สิ่งที่ช่วยตัดสินว่าธุรกิจจะไปได้ไกลแค่ไหนคือกลยุทธ์การตลาดและการเลือกทำเลที่ตั้ง...

ออมสิน ขานรับนโยบายรัฐ ช่วยลูกหนี้น้ำท่วมตั้งหลัก พักหนี้ – ไม่คิดดอกเบี้ย 3 เดือนยกระดับสินเชื่อเติมทุนซ่อมบ้าน – ฟื้นอาชีพ – ฟื้นกิจการ ดอกเบี้ย 0% ใน 6 เดือนแรก

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า...

หลุด “น้ำเงิน” แตกคอ ? ขุด “นาฬิกาหรู-สามีพันล้าน” สกัดพ่อ “ไอเดียร์” ชิงเก้าอี้ รมว. !

เจาะลึกปมร้อนตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและธุรกิจสามี “ส.ส.ไอเดียร์” สุชาดา ถูกโยงเว็บพนันต่างประเทศ...

จากมนุษย์เงินเดือน สู่เจ้าของแบรนด์ขนมปัง “ปังเว่อร์”

จากมนุษย์เงินเดือน: หลายคนที่ทำงานประจำมานาน มักมีช่วงเวลาหนึ่งที่เริ่มถามตัวเองว่า “เราจะอยู่แบบนี้ไปตลอดหรือเปล่า”...