นักเรียนดิ้นทุรนทุราย แต่ครูยืนถ่ายคลิป แม่ติดใจ ทำไมไม่รีบพาส่ง รพ. : ช็อตเด็ด ถกไม่เถียง

/
/
นักเรียนดิ้นทุรนทุราย แต่ครูยืนถ่ายคลิป แม่ติดใจ ทำไมไม่รีบพาส่ง รพ. : ช็อตเด็ด ถกไม่เถียง

นักเรียนดิ้นทุรนทุราย แต่ครูยืนถ่ายคลิป แม่ติดใจ ทำไมไม่รีบพาส่ง รพ. : ช็อตเด็ด ถกไม่เถียง

จากคลิปที่เป็นที่วิพากย์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดีย เป็นคลิปจากครูที่ถ่ายไว้ขณะนักเรียน ซึ่งป่วยเป็นโรคหัวใจกำลังดิ้นทุรนทุรายด้วยความทรมาน แต่ทำไมถึงไม่รีบดำเนินการนำเด็กส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด
 
วันที่ 14 ก.พ. 67 คุณกาญจนา บานเย็น (นา) แม่ของเด็กชายที่เสียชีวิต เล่าว่า ลูกของตนมีโรคประจำตัวคือโรคหัวใจตั้งแต่กำเนิด ก่อเข้าเรียนได้กรอกข้อมูลไปว่าลูกเป็นโรคหัวใจ ซึ่งทางโรงเรียนก็รับทราบ วันที่เกิดเหตุโรงเรียนโทรมาบอกว่าลูกอาเจียนปวดหัว ให้กินยาพาราแล้วยังไม่ดีขึ้น จึงโทรหาคุณตา (พ่อของตน) ให้มารับไปโรงพยาบาล 
 
ถกไม่เถียง : นักเรียนดิ้นทุรนทุราย แต่ครูยืนถ่าย
 
โรงเรียนส่งคลิปวิดีโอมาให้ สังเกตเห็นว่ามือกับปากลูกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียว สีม่วง แต่ทางโรงเรียนไม่ได้บอกอาการเหล่านี้เลย จึงรีบตัดสินใจเดินทางข้ามจังหวัดตามไปที่โรงพยาบาลเพื่อไปดูแลลูก แต่ไปถึงเห็นว่าหมอกำลังปั๊มหัวใจสุดท้ายลูกเสียชีวิต หลังจากที่ลูกเสียชีวิตทางโรงเรียนยังไม่เคยเข้ามาพูดคุยหรือแสดงความรับผิดชอบเลย
 
รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี (หมอหมู) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์ มศว วิเคราะห์จากหลักฐาน สาเหตุการเสียชีวิตของเด็ก เกิดจากโรคหัวใจตั้งแต่กำเนิด เชื่อว่าหากหลายคนได้เห็นภาพจะรู้ได้ทันทีว่าเป็นอาการที่ค่อนข้างแย่ อาการชักปากเขียว เกิดเจากเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ หากเกิดอาการชักมากกว่า 3 นาที แล้วไม่มีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ถูกต้องอาจทำให้เสียชีวิตได้ เหตุการณ์นี้สิ่งที่ควรทำคือต้องรีบแจ้งรถฉุกเฉินให้เร็วที่สุด
 
ถกไม่เถียง : นักเรียนดิ้นทุรนทุราย แต่ครูยืนถ่าย
 
ผู้อำนวยการโรงเรียน ชี้แจงว่า ก่อเกิดเหตุนักเรียนนั่งทำการบ้านแล้วอาเจียนออกมาครั้งแรก ครูจึงเข้ามาทำความสะอาดตัวนักเรียน ครูถามว่าไหวไหมนักเรียนตอบว่าไหว จากนั้นนั่งเรียนต่อ ครูสังเกตว่านักเรียนมีอาการเพลีย ปวดหัว จึงไปเอายามาให้ ยังไม่ทันได้กินยานักเรียนก็อาเจียนครั้งที่สอง ครูจึงรีบโทรแจ้งแม่ ยืนยันว่าตอนนั้นนักเรียนยังไม่มีอาการชัก ปากเขียว
 
เนื่องจากไม่เคยเกิดเหตุแบบนี้มาก่อน จึงไม่สามาารถประเมินอาการได้ เพราะนักเรียนไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้ และแม่บอกว่าให้รอคุณตาของนักเรียนมาถึงก่อน จึงยังไม่ได้ดำเนินการอะไรนอกจากช่วยปฐมพยาบาลเบื่องต้น ระหว่างจะที่โทรเรียกรถฉุกเฉินคุณตาได้มาถึงพอดี จึงได้ถามคุณตาว่าให้เรียกรถพยาบาลไหม แต่คุณตายืนยันว่าจะพาหลานไปส่งโรงพยาบาลเอง สถานการณ์นั้นถือว่าเป็นเหตุการณ์ฉุกละหุกที่ไม่มีใครกล้าตัดสินใจจึงเกิดเหตุสลดขึ้น
 
ถกไม่เถียง : นักเรียนดิ้นทุรนทุราย แต่ครูยืนถ่าย
 
ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม กล่าวว่า เหตุการณ์นี้จะต้องมีการชี้แจงจากโรงเรียน เนื่องจากในคลิปมีคนพูดว่าผีเข้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรพูดในเหตุการณ์ฉุกเฉิน ถ้าหากครูประเมินอาการนักเรียนไม่ได้ ก็ควรรีบพาไปส่งสถานพยาบาลหรือโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ต้องมาถอดบทเรียน ควรจะต้องมีมาตรการในการส่งนักเรียนป่วยฉุกเฉินไปส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด
 
ติดตาม  รายการ "ถกไม่เถียง"  ดำเนินรายการโดย “ทิน โชคกมลกิจ”  ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 17.30 – 18.00 น. ทางช่อง 7HD กด 35 
 

ชมผ่าน YouTube ได้ที่ https://youtu.be/dUsJyVN4qf8?feature=shared

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

รายการอื่นๆ

ถกไม่เถียง, คิดฝัน, เงินทองของจริง

ขายดีแต่ไม่มีกำไร ? เจาะต้นทุนแฝงที่ร้านค้ามักมองข้าม 

ขายดีแต่ไม่มีกำไร ?: การทำธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงไม่ได้ขึ้นอยู่กับรสชาติหรือคุณภาพสินค้าเพียงอย่างเดียว ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยทำสินค้าได้ดีเยี่ยมและมีลูกค้าสนใจ...

ค่าเช่าหลักล้านคุ้มไหม ? เมื่อทำเลคือการลงทุนสร้างแบรนด์

ค่าเช่าหลักล้าน: ในโลกธุรกิจปัจจุบัน สินค้าที่ดีอาจยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ร้านอยู่รอดและเติบโต สิ่งที่ช่วยตัดสินว่าธุรกิจจะไปได้ไกลแค่ไหนคือกลยุทธ์การตลาดและการเลือกทำเลที่ตั้ง...

ออมสิน ขานรับนโยบายรัฐ ช่วยลูกหนี้น้ำท่วมตั้งหลัก พักหนี้ – ไม่คิดดอกเบี้ย 3 เดือนยกระดับสินเชื่อเติมทุนซ่อมบ้าน – ฟื้นอาชีพ – ฟื้นกิจการ ดอกเบี้ย 0% ใน 6 เดือนแรก

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า...

หลุด “น้ำเงิน” แตกคอ ? ขุด “นาฬิกาหรู-สามีพันล้าน” สกัดพ่อ “ไอเดียร์” ชิงเก้าอี้ รมว. !

เจาะลึกปมร้อนตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและธุรกิจสามี “ส.ส.ไอเดียร์” สุชาดา ถูกโยงเว็บพนันต่างประเทศ...

จากมนุษย์เงินเดือน สู่เจ้าของแบรนด์ขนมปัง “ปังเว่อร์”

จากมนุษย์เงินเดือน: หลายคนที่ทำงานประจำมานาน มักมีช่วงเวลาหนึ่งที่เริ่มถามตัวเองว่า “เราจะอยู่แบบนี้ไปตลอดหรือเปล่า”...