เอลนีโญ 2569 ทำไทยเสี่ยงวิกฤตน้ำ ส่งผลกระทบภาคเกษตรทั่วประเทศ

/
/
/
เอลนีโญ 2569 ทำไทยเสี่ยงวิกฤตน้ำ ส่งผลกระทบภาคเกษตรทั่วประเทศ

เอลนีโญ 2569: สถานการณ์ภัยแล้งในประเทศไทยปี 2569 กำลังทวีความรุนแรงและเปลี่ยนผ่านจาก “ปัญหาชั่วคราว” ไปสู่ “ความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง” ที่ส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรมอย่างลึกซึ้ง

ข้อมูลจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ระบุว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญได้ส่งผลให้พื้นที่เกษตรกรรมกว่า 12.7 ล้านไร่ ใน 71 จังหวัด ตกอยู่ในความเสี่ยงขาดแคลนน้ำ

ขณะที่ภาพรวมพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งสะสมทั่วประเทศมีสูงถึง 68.44 ล้านไร่ ครอบคลุม 73 จังหวัด ซึ่งสะท้อนถึงวิกฤตทรัพยากรน้ำที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จากการวิเคราะห์เชิงลึกพบว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยมีพื้นที่แล้งซ้ำซากกว่า 27.25 ล้านไร่ ตามมาด้วยภาคเหนือ 25.74 ล้านไร่ และภาคกลาง 10.46 ล้านไร่ ปัจจัยสำคัญที่ซ้ำเติมปัญหาคือการมีพื้นที่เกษตรกรรม “นอกเขตชลประทาน” จำนวนมาก ซึ่งต้องพึ่งพาปริมาณน้ำฝนเป็นหลัก

เมื่อเผชิญกับสภาวะฝนทิ้งช่วงหรือปริมาณฝนต่ำกว่าค่าปกติถึง 30% ตามการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาและสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) จึงทำให้พืชผลทางการเกษตรเสียหายเป็นวงกว้าง

ความน่ากังวลของวิกฤตในครั้งนี้คือ ความยืดเยื้อของสถานการณ์ ที่คาดว่าจะลากยาวไปจนถึงต้นฤดูฝนปี 2570 (ช่วงเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม) สทนช. จึงได้ปรับแผนบริหารจัดการน้ำอย่างเข้มงวดภายใต้แนวคิด “ไม่กลัวน้ำท่วม แต่กลัวไม่มีน้ำใช้”

โดยสั่งการให้ทุกเขื่อนหลักกักเก็บน้ำให้ได้มากที่สุด และชะลอการระบายน้ำเพื่อสำรองไว้ใช้ในระยะยาว นอกจากนี้ ยังมีการนำระบบ “Channel Storage” มาใช้ในลุ่มน้ำชีและลุ่มน้ำมูลเพื่อเก็บกักน้ำในลำน้ำธรรมชาติ และเร่งสูบน้ำเข้าสระเก็บน้ำของชุมชน

ในส่วนของมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร กรมพัฒนาที่ดินได้เร่งดำเนิน “โครงการบ่อจิ๋ว” หรือแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน โดยตั้งเป้าขุดเพิ่มอีกเกือบ 20,000 บ่อในปี 2569 พร้อมยกระดับสู่การใช้ระบบโซลาร์เซลล์เพื่อลดต้นทุนการสูบน้ำ

อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังคงมีความจำเป็นต้องขอความร่วมมือจากเกษตรกรให้ ลดหรือหยุดการทำนาปรัง และปรับเปลี่ยนพืชปลูกให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัด เพื่อรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงทางอาหารของประเทศท่ามกลางความผันผวนของสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้น

วิกฤตครั้งนี้จึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันบริหารจัดการน้ำอย่าง “มองข้ามช็อต” เพื่อลดผลกระทบที่จะลุกลามต่อเนื่องไปจนถึงปีถัดไป

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital