อียูปิดช่องโหว่ภาษีนำเข้า: สหภาพยุโรป (อียู) ได้เริ่มบังคับใช้มาตรการทางภาษีครั้งสำคัญเพื่อกดดันแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจากประเทศจีน โดยประกาศ เรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตรา 3 ยูโรต่อพัสดุ สำหรับกลุ่มสินค้านำเข้าที่มีมูลค่าต่ำ
ซึ่งในอดีตสินค้าเหล่านี้เคยได้รับการยกเว้นภาษีศุลกากรมาโดยตลอด มาตรการดังกล่าวถือเป็นก้าวแรกของยุโรปในการมุ่งสกัดกั้นการแข่งขันที่ถูกมองว่า “ไม่เป็นธรรม” จากแพลตฟอร์มชอปปิงออนไลน์ชื่อดังอย่าง Shein, Temu และ AliExpress ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการอาศัยช่องโหว่ด้านภาษีในการทำราคาให้ต่ำกว่าคู่แข่ง
เมื่อย้อนดูภูมิหลัง ที่ผ่านมาอียูมีนโยบาย ยกเว้นอากรนำเข้าสำหรับสินค้าที่มีมูลค่าไม่เกิน 150 ยูโร มาตั้งแต่ปี 2008 ทว่าการเติบโตอย่างร้อนแรงของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ส่งผลให้ปริมาณพัสดุที่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีนี้พุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาล โดยขยับจาก 1.4 พันล้านชิ้นในปี 2022 และคาดการณ์ว่าจะทะยานขึ้นไปถึง 5.8 พันล้านชิ้นภายในปี 2025
ปรากฏการณ์นี้สร้างความเสียเปรียบและแรงกดดันอย่างหนักต่อผู้ประกอบการในยุโรป โดยสมาชิกรัฐสภายุโรปที่รับผิดชอบการปฏิรูปกฎหมายศุลกากรระบุว่า ระบบยกเว้นภาษีแบบเดิมนั้นถูกนำไปใช้ในวงกว้างจนกลายเป็นเครื่องมือสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ไม่สอดคล้องกับโลกการค้ายุคปัจจุบันอีกต่อไป
สำหรับกฎระเบียบใหม่นี้มีกลไกสำคัญคือ ค่าธรรมเนียมจะถูกคิดทบตาม “ประเภทสินค้า” ที่ระบุในใบศุลกากร ไม่ใช่คิดตามจำนวนชิ้นสินค้า ตัวอย่างเช่น หากพัสดุหนึ่งกล่องมีสินค้าที่ต่างประเภทกัน 3 รายการ ผู้ซื้อจะต้องเสียค่าธรรมเนียมรวมถึง 9 ยูโร แต่ในทางกลับกัน หากเป็นสินค้าประเภทเดียวกัน (เช่น เสื้อผ้าหลายตัว) จะเสียค่าธรรมเนียมเพียง 3 ยูโรเท่านั้น
ความเคลื่อนไหวของอียูในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่ สหรัฐอเมริกา ได้นำร่องยุติการยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้ามูลค่าต่ำสำหรับสินค้าจากจีนไปก่อนแล้วในช่วงเดือนพฤษภาคม ผู้เชี่ยวชาญมองว่า เมื่อยุโรปซึ่งเคยเป็นตลาดทางเลือกหันมาดำเนินมาตรการลักษณะเดียวกัน ผู้ประกอบการจีนจึงแทบไม่เหลือตลาดหลักให้ระบายสินค้าด้วยกลยุทธ์เดิมได้อีก
นอกจากนี้ ยังมีการประเมินว่า ปริมาณการขนส่งสินค้าทางอากาศเข้าสู่ยุโรปอาจลดลงอย่างหนักถึง 10-35% ในช่วงสัปดาห์แรกๆ ที่มาตรการมีผลบังคับใช้ ซึ่งจะกระทบต่อห่วงโซ่อีคอมเมิร์ซและอุตสาหกรรมขนส่งทั่วโลก
เพื่อรับมือกับต้นทุนที่สูงขึ้น แพลตฟอร์มต่างๆ ได้เริ่มปรับตัวอย่างเร่งด่วน โดย Shein เลือกที่จะขยายพื้นที่คลังสินค้าในประเทศโปแลนด์และเพิ่มการส่งสินค้าแบบล็อตใหญ่เข้าสู่อียูเพื่อลดผลกระทบจากค่าธรรมเนียม ด้าน AliExpress ปรับระบบให้แสดงข้อความระบุชัดเจนว่าราคาสินค้ารวมภาษีแล้ว หรือแสดงต้นทุนแฝงก่อนชำระเงิน
ขณะที่ Amazon แทบไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากสินค้ากว่า 97% ที่จัดส่งให้ลูกค้าในยุโรปนั้น มาจากคลังสินค้าที่ตั้งอยู่ภายในอียูอยู่แล้ว ท้ายที่สุด มาตรการนี้นอกจากจะกดดันให้ผู้ค้าต้องแบกรับต้นทุนหรือผลักภาระไปให้ซัพพลายเออร์แล้ว ยังอาจส่งผลให้ผู้บริโภคต้องซื้อสินค้าในราคาที่สูงขึ้นตามไปด้วย
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital







