หลวงพระบาง มรดกโลกที่กำลังถูกแลกด้วยเขื่อนยักษ์กลางแม่น้ำโขง 

/
/
/
หลวงพระบาง มรดกโลกที่กำลังถูกแลกด้วยเขื่อนยักษ์กลางแม่น้ำโขง 

หลวงพระบาง: เมืองหลวงพระบาง เมืองเก่าแก่ริมแม่น้ำโขงที่ได้รับยกย่องจากยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ที่น่ากังวล 

เมื่อภาพทิวเขาที่เคยเขียวขจีรอบ “ถ้ำปากอู” ถูกแผ้วถางเพื่อรองรับการก่อสร้าง “โรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง” เขื่อนยักษ์ขนาดกำลังการผลิต 1,460 เมกะวัตต์ มูลค่ากว่า 1.2 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างลาวและบริษัทไทยอย่าง ซีเค พาวเวอร์ และ ช.การช่าง โดยมีกำหนดแล้วเสร็จในช่วงปี พ.ศ. 2570 ถึง 2580

การตัดสินใจเดินหน้าโครงการนี้สะท้อนถึงการคานอำนาจระหว่างสองขั้วเศรษฐกิจในลาว ด้านหนึ่งคือภาคการท่องเที่ยวที่ทำรายได้ 12-14% ของ GDP และดึงดูดนักท่องเที่ยวได้กว่า 2.3 ล้านคนในปี 2567 แต่อีกด้านคือ “การส่งออกไฟฟ้า” ซึ่งกลายเป็นรายได้หลักที่เติบโตอย่างรวดเร็ว 

โดยในปี 2567 สามารถทำเงินเข้าประเทศได้ถึง 2.6 พันล้านดอลลาร์ หรือมากกว่ารายได้จากการท่องเที่ยวเกือบเท่าตัว ตัวเลขมหาศาลนี้ทำให้รัฐบาลลาวเลือกที่จะเดินหน้าโครงการ แม้ต้องแลกกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงผลกระทบต่อระบบนิเวศและการเสี่ยงถูกถอดออกจากรายชื่อเมืองมรดกโลก

ผู้เชี่ยวชาญเปรียบเปรยว่าหลวงพระบางกำลังกลายเป็น “เมืองในกรงเขื่อน” เนื่องจากแม่น้ำโขงจะถูกกักขังด้วยเขื่อนทั้งตอนบนและตอนล่าง รวมถึงเขื่อนในแม่น้ำคานที่ไหลมาสมทบ เสน่ห์ของแม่น้ำที่ไหลอย่างอิสระซึ่งเคยดึงดูดบุคคลสำคัญระดับโลกกำลังจะมลายไป พร้อมกับวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้านที่ต้องจบลงจากการอพยพและการห้ามจับปลาในพื้นที่

สิ่งที่สร้างความหวาดกลัวมากที่สุดคือ “รอยเลื่อนแผ่นดินไหว” ที่ตั้งอยู่ห่างจากตัวเขื่อนไม่ถึง 10 กิโลเมตร ข้อมูลสถิติชี้ว่าในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา มีแผ่นดินไหวรุนแรงเกิดขึ้นในรัศมีใกล้เคียงถึง 3 ครั้ง ซึ่งหากเกิดเหตุเขื่อนแตก ปริมาณน้ำมหาศาลจะทำลายล้างเมืองหลวงพระบางให้หายไปในพริบตา 

แม้นักวิชาการจะตั้งคำถามถึงความรัดกุมในการประเมินความเสี่ยง แต่โครงการยังคงดำเนินต่อไปภายใต้ข้อตกลงที่ กฟผ. จะรับซื้อไฟฟ้าส่วนใหญ่ แม้ประเทศไทยจะมีปริมาณไฟฟ้าสำรองล้นเกินความต้องการ ซึ่งภาระนี้อาจตกมาอยู่ที่ผู้บริโภคชาวไทยผ่านค่าไฟที่สูงขึ้น

อนาคตของหลวงพระบางในฐานะมรดกโลกจะถูกตัดสินในที่ประชุมใหญ่เดือนกรกฎาคมนี้ หลังจาก UNESCO พิจารณารายงานผลกระทบล่าสุดจากรัฐบาลลาว การเดิมพันครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจ แต่คือบทพิสูจน์ว่าโลกจะเลือกอนุรักษ์คุณค่าทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ หรือจะยอมแลกมันกับพลังงานและผลกำไรทางธุรกิจ

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital