ไทยเร่งเครื่องรถไฟความเร็วสูง “ไทย-จีน” ฝ่าปมพื้นที่ทับซ้อน

/
/
/
ไทยเร่งเครื่องรถไฟความเร็วสูง “ไทย-จีน” ฝ่าปมพื้นที่ทับซ้อน

ไทยเร่งเครื่องรถไฟความเร็วสูง: ตลาดรถไฟความเร็วสูงทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยคาดว่าจะแตะระดับ 150 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย 8.5% ต่อปี ปัจจัยสำคัญมาจาก เทคโนโลยีที่ทันสมัย ความปลอดภัย และความรวดเร็วที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเมื่อเทียบกับการเดินทางประเภทอื่น

ในภูมิภาคเอเชียตะวันออก จีนถือเป็นผู้นำอย่างโดดเด่น ด้วยการลงทุนกว่า 500 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จนสามารถสร้างเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้สำเร็จ ขณะที่ รถไฟชินคันเซ็นของญี่ปุ่น ก็ยังคงพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจแก่ประเทศได้สูงถึงปีละ 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนภูมิภาคอาเซียนและตะวันออกกลางก็ตื่นตัวและร่วมลงทุนพัฒนาระบบไฮสปีดเทรนด้วยมูลค่าเฉลี่ย 5 พันล้านถึง 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเส้นทาง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการเชื่อมต่อที่ดีขึ้น

สำหรับประเทศไทย กระทรวงคมนาคมกำลังเร่งผลักดันโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร–นครราชสีมา ระยะทางรวม 250.77 กิโลเมตร ซึ่งแบ่งการดำเนินงานด้านโยธาออกเป็น 14 สัญญา แม้ว่าภาพรวมโครงการจะยังล่าช้ากว่าแผน โดยปัจจุบันมีผลงานสะสมจริงอยู่ที่ 55.978% จากแผนงานสะสมที่ตั้งไว้ 90.487% (ล่าช้ากว่าแผน 34.509%) แต่ภาครัฐยังคงมุ่งมั่นและเร่งรัดงานก่อสร้างให้แล้วเสร็จเพื่อ เปิดให้บริการภายในปี 2574 

ตัวอย่างความคืบหน้า เช่น งานสัญญาที่ 4-7 ช่วงสระบุรี-แก่งคอย ที่มีผลงานคืบหน้าแล้ว 73.25% และงานก่อสร้างสถานีสระบุรี (ยกระดับ 4 ชั้น) ที่มีผลงานสะสม 29.30% ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อรองรับการเปิดบริการในอนาคต

อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญที่ต้องแก้ไขโดยเร็วคือ ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนในสัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง ซึ่งเป็นโครงสร้างร่วมกับโครงการไฮสปีด เชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) โดยกระทรวงคมนาคมได้ขีดเส้นตายต้อง เคลียร์ปมนี้ให้จบภายในปี 2569 เพื่อป้องกันไม่ให้โครงการไทย-จีนได้รับผลกระทบ ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จึงเตรียมแผนสำรองในการดึงงานโครงสร้างร่วมดังกล่าวกลับมาเปิดประมูลและเริ่มก่อสร้างเอง ซึ่งนอกจากจะช่วยให้โครงการหลักเดินหน้าได้แล้ว ยังสามารถรองรับการเดินรถเชื่อมต่อระหว่างสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิได้ทันที

เทรนด์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ระดับโลก มีแนวโน้มหันไปใช้โมเดลการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) มากขึ้นเพื่อกระตุ้นให้เกิดนวัตกรรมและความคุ้มค่าในสัญญาระยะยาว หากประเทศไทยสามารถก้าวข้ามอุปสรรคเรื่องพื้นที่ทับซ้อนและการบริหารสัญญาได้สำเร็จ รถไฟความเร็วสูงสายนี้จะเป็นกลไกหลักในการยกระดับระบบคมนาคม ขนส่งสินค้า และกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์  เวลา 08.15 – 08.25 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25  เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital